เกาะติดสงครามอิหร่าน 3 เม.ย. สหรัฐฯ ยกระดับการโจมตี ถล่มสะพานในเตหะราน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังทรัมป์ส่งสัญญาณยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านรุนแรงขึ้น ล่าสุดสะพานสำคัญของกรุงเตหะรานถูกโจมตีหลายระลอกจนพังถล่มลงมา

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์คลิปวิดีโอวินาทีที่สะพานแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ถูกโจมตีจนขาด พร้อมกับข้อความระบุว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะมีตามมาอีกมากและอิหร่านควรยอมทำข้อตกลงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

แต่จนถึงเวลานี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของสหรัฐฯ หรืออิสราเอล โดยกองทัพสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาให้ความเห็น ส่วนกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยังไม่ชี้แจงว่าเป็นฝีมือของหน่วยงานในสังกัดหรือไม่

เกาะติดสงครามอิหร่าน 3 เม.ย. สหรัฐฯ ยกระดับการโจมตี ถล่มสะพานในเตหะราน Truth Social/@realDonaldTrump
โพสต์ของ โดนัลด์ ทรัมป์

รายงานของสำนักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลที่มีเป้าหมายคือสะพานสำคัญบริเวณชานกรุงเตหะราน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน ขณะที่ตัวสะพานซึ่งเป็นเส้นทางสายใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเชื่อมระหว่างเมืองหลวงของอิหร่านกับเมืองคาราจต้องขาดสะบั้นลง

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงท้องถิ่นบอกว่า มีการโจมตีหลายระลอกเกิดขึ้นที่สะพาน B1 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 คน และบาดเจ็บอีก 95 ราย

ผู้เสียชีวิตมีทั้งชาวบ้านหมู่บ้านบิลกัน (Bilqan), นักเดินทาง และครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งธรรมชาติ (Nature Day) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลนอรูซ (Nowruz) หรือวันขึ้นปีใหม่ของเปอร์เซีย

ขณะที่สำนักข่าวมิซาน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายตุลาการของอิหร่าน ระบุว่า สะพานแห่งนี้ถือเป็น “สะพานที่สูงที่สุดในตะวันออกกลาง” ถูกออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างกรุงเตหะรานและเมืองคาราจ จาก 1 ชั่วโมงให้เหลือเพียง 10 นาที และสื่อท้องถิ่นยังยกย่องว่าสะพานแห่งนี้เป็น “ความภาคภูมิใจของวิศวกรชาวอิหร่าน”

ขณะที่สื่อทางการอิหร่านเตือนว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้สะพานในประเทศอื่นทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งอิสราเอล กลายเป็นเป้าหมายที่อิหร่านสามารถโจมตีเพื่อตอบโต้ได้อย่างชอบธรรม

ฝรั่งเศส-เกาหลีใต้ประกาศช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 3 เม.ย. ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และบรรเทาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง

ในการแถลงข่าวทางโทรทัศน์หลังการประชุมในกรุงโซล มาครงเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ฝรั่งเศสและเกาหลีใต้ต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยเปิดช่องแคบและลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อี แจ-มยอง กล่าวว่า ทั้งสองยืนยัน “ความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อรักษาเส้นทางการเดินเรือที่ปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ”

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยเปิดช่องแคบ และไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ

อิหร่านโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดคูเวต

วันที 3 เม.ย. คูเวตแถลงว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายให้กับโรงงานผลิตน้ำจืด หลังจากโรงกลั่นน้ำมันถูกโจมตีด้วยโดรน

คูเวตกล่าวโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลทำให้ “ส่วนประกอบบางส่วนของโรงงานได้รับความเสียหาย”

การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและอิหร่าน โดยดึงน้ำเค็มจากอ่าวเปอร์เซียมาผลิตเป็นน้ำดื่มสำหรับภูมิภาคทะเลทราย

ประมาณ 90% ของน้ำดื่มในคูเวตมาจากการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล

โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในสงคราม โดยอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโรงงานแห่งหนึ่งก่อน จากนั้นจึงเริ่มโจมตีโรงงานในรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย รัฐเหล่านั้นมองว่าการโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา

อิหร่านเผยภาพชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตก

วันที่ 3 เม.ย. สื่อของรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่ภาพถ่าย อ้างว่าเป็นซากเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยิงตก

ภาพถ่ายชุดนี้แสดงให้เห็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเครื่องบิน โดยชิ้นที่ใหญ่ที่สุดสูงประมาณเท่าคน ซึ่งรายงานของอิหร่านอ้างว่าเป็นเครื่องบินรบ F-35

แต่ภาพซากเครื่องบินดูเหมือนจะเป็นเครื่องบินรบ F-15 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มากกว่า เนื่องจากภาพถ่ายแสดงให้เห็นโลโก้บางส่วนของ “กองทัพอากาศสหรัฐฯ ในยุโรป” ที่ปรากฏบนครีบหางของ F-15 และแถบสีแดงและขาวจากด้านบนของครีบหาง

อิหร่านโชว์ภาพซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่อ้างว่าถูกยิงตก Nour News/Telegram
อิหร่านโชว์ภาพซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่อ้างว่าถูกยิงตก

ชิ้นส่วนซากเครื่องบินอีกชิ้นหนึ่งมีข้อความว่า “ข้อควรระวัง ใช้เฉพาะตัวยึดที่ไม่ใช่แม่เหล็กเท่านั้น” ดูเหมือนจะตรงกับส่วนท้ายของ F-15 ที่ยื่นออกมาระหว่างเครื่องยนต์หนึ่งในสองเครื่องกับแพนหางระดับ

อิหร่านโชว์ภาพซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่อ้างว่าถูกยิงตก Nour News/Telegram
อิหร่านโชว์ภาพซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่อ้างว่าถูกยิงตก

ปีเตอร์ เลย์ตัน นักวิจัยจากสถาบันเอเชียกริฟฟิธ และอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศออสเตรเลีย กล่าวว่า “จากโครงสร้างแล้ว มันดูเหมือนเครื่องบิน F-15 อย่างแน่นอน และจากเครื่องหมายแถบสีที่หาง ก็บ่งบอกว่าเป็นของฝูงบินขับไล่ที่ 48 ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศเลคเคนฮีธในสหราชอาณาจักร”

สื่อของรัฐบาลอิหร่านหลายแห่ง รวมถึง Press TV ได้เผยแพร่ภาพพร้อมกับแถลงการณ์จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ระบุว่ากองกำลังอิหร่านได้ยิงเครื่องบินขับไล่ F-35 ตกในภาคกลางของอิหร่าน ระบุว่า “เนื่องจากการแตกเป็นเสี่ยงๆ ของเครื่องบิน ชะตากรรมของนักบินจึงยังไม่ทราบแน่ชัด”

อิหร่านอ้าง ยิง F-35 สหรัฐฯ ตกเป็นลำที่ 2

วันที่  3 เม.ย. กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IGRC) อ้างว่า ได้ยิงเครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐฯ ตกเป็นลำที่สอง ขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวบินอยู่เหนือภาคกลางของอิหร่าน

IRGC ระบุว่า เครื่องบินรบนั้น “ถูกทำลายและตก” และไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับนักบินเนื่องจากความเสียหายอย่างรุนแรงของเครื่องบิน

สำนักข่าว Mehr News ของอิหร่านระบุว่า เป็นไปได้ยากที่นักบินจะดีดตัวออกจากเครื่องบินได้เนื่องจาก “การระเบิดอย่างรุนแรง” จากการตก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว แต่ได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของ IGRC ที่ว่าได้ยิงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตก

ทรัมป์ขู่โจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน

วันที่ 3 เม.ย. เวลา 09.40 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความระบุว่า "กองทัพของเรา ซึ่งเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุด (อย่างมาก!) ในโลก ยังไม่ได้เริ่มทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ในอิหร่านเลยด้วยซ้ำ ต่อไปก็จะเป็นสะพาน แล้วก็โรงไฟฟ้า! ผู้นำระบอบใหม่รู้ว่าต้องทำอะไร และต้องทำอย่างรวดเร็ว!"

ทรัมป์ขู่ทำลายสะพาน Truth Social/@realDonaldTrump
โพสต์ของ โดนัลด์ ทรัมป์

บาห์เรนเสนอร่างมติ ขออนุญาตใช้ “มาตรการที่จำเป็น” ในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 3 เม.ย. มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เนื่องจากบาห์เรนได้เสนอร่างมติต่อคณะมนตรีความมั่นคงฯ ขอคำอนุญาต ให้ประเทศต่าง ๆ สามารถใช้ “มาตรการป้องกันตนเองที่จำเป็นทั้งหมด” เพื่อรักษาความปลอดภัยในการผ่านแดนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เจ้าหน้าที่จากประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายหนึ่งกล่าวกับ CNN ว่า คณะมนตรีความมั่นคงฯ คาดว่าจะลงมติในร่างมติที่บาห์เรนเสนอในวันที่ 3 เม.ย.

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และคาดว่ารัสเซียจะไม่ขัดขวางมติดังกล่าว เจ้าหน้าที่เสริมว่า มกุฎราชกุมารคาดว่าจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในจีน โดยคาดว่าปักกิ่งจะไม่ขัดขวางเช่นกัน

ร่างมติดังกล่าวประณามการกระทำของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเตือนถึงผลกระทบในทางลบต่อการค้าระหว่างประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจโลก

โดยเน้นย้ำว่า เรือและเครื่องบินมีสิทธิในการผ่านแดนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “ซึ่งจะต้องไม่ถูกขัดขวาง”

ร่างมติฉบับนี้จะอนุญาตให้รัฐสมาชิกดำเนินการเป็นรายประเทศหรือผ่านความร่วมมือทางเรือระหว่างประเทศตามความสมัครใจ โดยแจ้งให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อใช้มาตรการป้องกันในช่องแคบและน่านน้ำใกล้เคียง รวมถึงในน่านน้ำอาณาเขตของรัฐชายฝั่งที่ติดกับช่องแคบ เพื่อรักษาเส้นทางสัญจรและยับยั้งความพยายามที่จะปิดหรือขัดขวางการเดินเรือ

การอนุญาตนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 6 เดือนหากได้รับการรับรอง และกำหนดให้รัฐที่เข้าร่วมต้องรายงานเป็นรายไตรมาส

ร่างมตินี้เรียกร้องให้รัฐที่เข้าร่วมประสานงานการดำเนินการและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเคารพสิทธิในการเดินเรือของรัฐที่สาม

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ดูเหมือนว่าการลงคะแนนเสียงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เกี่ยวกับมติเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเสนอโดยบาห์เรน จะถูกถอดออกจากตารางการประชุมประจำวันของ UNSC แล้ว

ตารางการประชุมที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เม.ย. แสดงให้เห็นว่าการลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับมติเรื่องตะวันออกกลางมีกำหนดเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) แต่การลงคะแนนเสียงดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสหประชาชาติอีกต่อไปแล้ว

ยังไม่มีการระบุเหตุผลสำหรับการถอดการประชุมดังกล่าว และสหประชาชาติยังไม่ได้ประกาศวันใหม่สำหรับการลงคะแนนเสียง

ภาพดาวเทียมยืนยัน เครื่องบินตรวจการณ์-เรดาร์สหรัฐฯ ถูกทำลาย

สำนักข่าว CNN เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่ที่ได้รับจาก Airbus แสดงให้เห็นเครื่องบินสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายและเครื่องบินอื่น ๆ ที่จอดอยู่กลางแจ้งในฐานทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นซากเครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) รุ่น E-3 Sentry ของสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายหลังจากการโจมตีฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน (Prince Sultan Air Base) ในซาอุดีอาระเบียโดยอิหร่านเมื่อวันที่ 27 มี.ค.

ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 29 มี.ค. แสดงให้เห็นลำตัวเครื่องบินที่ถูกทำลายจากการโจมตี ขณะที่โดมเรดาร์หมุนได้ซึ่งปกติจะติดตั้งอยู่ด้านบนของเครื่องบิน สามารถมองเห็นได้บนพื้นดิน ยานพาหนะหลายคันสามารถมองเห็นได้รอบ ๆ เครื่องบินที่เสียหาย

ในภาพเดียวกัน สามารถมองเห็นเครื่องบิน E-3 Sentry อีก 2 ลำจอดอยู่กลางแจ้งในฐานทัพอากาศ แสดงว่าพวกมันไม่ได้ถูกย้ายไปยังที่กำบังเป็นเวลาอย่างน้อย 2 วันหลังจากการโจมตี เครื่องบิน E-3 ลำหนึ่งอยู่ห่างจากเครื่องบิน E-3 ที่ถูกทำลายไม่ถึง 1,300 เมตร

เครื่องบินอื่น ๆ อีกหลายลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงและเครื่องบินลาดตระเวน E-2 Hawkeye ก็สามารถมองเห็นได้ในภาพถ่ายดาวเทียมเช่นกัน

เครื่องบิน AWACS ช่วยให้สามารถตรวจสอบพื้นที่การสู้รบได้มากถึง 300,000 ตารางกิโลเมตรจากพื้นดินจนถึงชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ และเป็นส่วนสำคัญของกองกำลังรบของสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ

นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดยังเผยให้เห็นว่า เรดาร์สำคัญของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่านที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 1 มี.ค.

เรดาร์ที่ถูกทำลายคือรุ่น AN/TPY-2 เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ

การโจมตีของอิหร่านดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่การลดความสามารถของสหรัฐฯ ในการตรวจจับขีปนาวุธและโดรนที่เข้ามาโดยการโจมตีเรดาร์ การโจมตีของอิหร่านยังทำลายเรดาร์ AN/TPY-2 ของสหรัฐฯ อีกเครื่องหนึ่งในจอร์แดน โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารทางทหาร และสร้างความเสียหายให้กับเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าของกาตาร์ซึ่งมีมูลค่าการสร้างกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท)

ภาพดาวเทียมยืนยัน เครื่องบินตรวจการณ์-เรดาร์สหรัฐฯ ถูกทำลาย CNN/Airbus
ภาพดาวเทียมยืนยัน เครื่องบินตรวจการณ์สหรัฐฯ ถูกทำลาย

เรือ USS Gerald R. Ford พร้อมปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. กองเรือที่ 6 ของกองทัพสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดและใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ กลับออกสู่ทะเลและพร้อมปฏิบัติภารกิจอีกครั้งแล้ว หลังได้รับการซ่อมแซมจากเหตุเพลิงไหม้ในห้องซักรีด

“Gerald R. Ford ยังคงพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจเต็มรูปแบบเพื่อสนับสนุนเป้าหมายของชาติในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุหลังจากเรือออกจากเมืองสปลิต ประเทศโครเอเชีย

เรือ Gerald R. Ford ปฏิบัติการอยู่ในทะเลแดงในปฏิบัติการ Epic Fury ต่อต้านอิหร่าน แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค.

พลเรือเอก ดาริล คอดเดิล ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมลูกเรือของเรือ Gerald R. Ford สำหรับการดับเพลิงและการทำให้เรือกลับมาปฏิบัติการได้ภายใน 2 วันหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

“พวกเขาต่อสู้กับเพลิงไหม้ ดับไฟ และเริ่มบินปฏิบัติการได้ภายใน 2 วันหลังจากนั้น ผมจึงภูมิใจในลูกเรือมาก” เขากล่าว

แต่เรือลำนี้ถูกถอนออกจากการปฏิบัติการต่อต้านอิหร่านเพียงแค่ 1 สัปดาห์เศษหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ และถูกส่งไปยังกรีซเพื่อซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

หลังจากซ่อมแซมเสร็จสิ้นที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวซูดา บนเกาะครีต เรือฟอร์ดก็เดินทางไปยังท่าเรือโครเอเชียเพื่อพักผ่อนเป็นเวลา 5 วัน

เรือ USS Gerald R. Ford พร้อมปฏิบัติภารกิจ หลังส่งซ่อมจากเหตุไฟไหม้ Reuters/Makis Kartsonakis
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ

อิหร่านลั่น การโจมตีโครงสร้างพลเรือน ไม่ทำให้อิหร่านยอมจำนน

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า "การโจมตีสิ่งก่อสร้างพลเรือน รวมถึงสะพานที่ยังสร้างไม่เสร็จ จะไม่บังคับให้ชาวอิหร่านยอมจำนน"

อารักชีกล่าวว่า การโจมตีสะพานในเมืองคาราจ "แสดงให้เห็นเพียงความพ่ายแพ้และการล่มสลายทางศีลธรรมของศัตรูที่กำลังสับสน" และสิ่งที่ "จะไม่มีวันฟื้นคืน" คือ "ความเสียหายต่อสถานะของอเมริกา"

อารักชีกล่าวอีกว่า เกี่ยวกับคำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่ากำลังพาอิหร่านกลับไปสู่ ​​"ยุคหิน" นั้น ความแตกต่างระหว่างตอนนั้นกับตอนนี้คือ "ตอนนั้นไม่มีการสูบน้ำมันหรือก๊าซในตะวันออกกลาง"

"ประธานาธิบดีและชาวอเมริกันที่เลือกเขาเข้ามาแน่ใจหรือว่าพวกเขาต้องการย้อนเวลากลับไป?" อารักชีกล่าว

อิหร่านพร้อมรบต่อมากกว่า 6 เดือน

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาหยุดยิงกับสหรัฐฯ ตามที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ กล่าวอ้าง โดยย้ำว่ารัฐบาลอิหร่านพร้อมทำสงครามต่อไปไม่น้อยกว่า 6 เดือน และการโจมตีสาธารณูปโภคด้านพลเรือน เช่น สะพาน จะไม่สามารถทำให้อิหร่านยอมจำนนได้

เช่นเดียวกับศูนย์บัญชาการกองทัพอิหร่าน “คาตัม อัล-อันบิยา” (Khatam Al-Anbiya) ที่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เพื่อเตือนให้สหรัฐฯ และอิสราเอลเตรียมรับมือกับการตอบโต้ที่รุนแรงเป็นวงกว้างมากขึ้น และทำลายล้างมากขึ้น

โดยในช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 2 เม.ย. อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธหลายชุดโจมตีเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล ในระหว่างที่ชาวยิวอิสราเอลกำลังฉลองเทศกาลปัสกา ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องซ่อนตัวในสถานที่หลบภัยชั้นใต้ดิน

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานธิบดีทรัมป์แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการทำสงครามในตะวันออกกลาง โดยผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าปฎิบัติการทางทหารของกองทัพใกล้บรรลุเป้าหมาย และเตือนว่าจะยกระดับการโจมตีหนักหน่วงขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

มาเลเซียประกาศให้ข้าราชการ WFH ประหยัดพลังงาน

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 เม.ย. ให้ข้าราชการ Work From Home ประหยัดพลังงาน

มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. และจะครอบคลุมพนักงานในกระทรวง หน่วยงานรัฐบาล และบริษัทที่เกี่ยวของกับรัฐ โดยมีเป้าหมายคือเพื่อลดการบริโภคเชื้อเพลิงและทำให้แน่ใจว่าอุปทานพลังงานมีความยั่งยืน

อันวาร์กล่าวว่า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการนี้จะประกาศให้ทราบต่อไป พร้อมกับเสริมว่าทาง ปิโตรนาส รัฐวิสาหกิจน้ำมันของมาเลเซีย และบริษัทอื่น ๆ กำลังพยายามจัดหาเชื้อเพลิงและพลังงานให้เพียงพอ

นอกจากนี้ มาเลเซียจะเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานบนอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า มาเลเซียกำลังใช้งบประมาณเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับมาตรการอุดหนุน เพื่อให้ราคาน้ำมันที่ปั๊มยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. กระทรวงการคลังมาเลเซียได้ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลซึ่งไม่ได้รับการอุดหนุนเป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงขนส่งอื่นๆ เช่น RON97 จะลดลงเล็กน้อย

อินโดนีเซียจำกัดเติมน้ำมัน

ส่วนอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็ประกาศจำกัดการเติมน้ำมันและสั่งให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้านเพื่อประหยัดพลังงานเช่นกัน

โดย แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ระบุว่า รัฐบาลจะจำกัดการเติมน้ำมันคันละ 50 ลิตรต่อวัน และจะใช้มาตรการให้ข้าราชการทำงานที่บ้านทุกวันศุกร์ ยกเว้นในภาคสาธารณสุขและความมั่นคง ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 6.2 ล้านล้านรูเปียห์

นอกจากนี้ แอร์ลังกายังเรียกร้องให้ภาคเอกชนใช้มาตรการทำงานจากที่บ้าน ยกเว้นในภาคส่วนที่จำเป็น เช่น การเงิน สุขภาพ พลังงาน และขนส่ง

ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียจะลดการเดินทางติดต่องานของข้าราชการลง 50% สำหรับในประเทศ และ 70% สำหรับต่างประเทศ รวมถึงจะโยกงบประมาณจากโครงการที่ไม่เร่งด่วน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 130 ล้านล้านรูเปียห์ โดยตัวอย่างโครงการอาหารกลางวันฟรีที่จะลดจำนวนวันลงเหลือ 5 วัน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบได้ 20 ล้านล้านรูเปียห์

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ