ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า เขาอาจถอนตัวออกจากสงครามอิหร่าน ซึ่งหากเกิดขึ้น คาดว่าจะเป็นการถอนตัวฝ่ายเดียวโดยที่ยังโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลามไม่สำเร็จ ยังเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ และยังไม่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน
และถ้าทรัมป์ตัดสินใจแบบนั้นจริง จะทำให้เกิดผลกระทบตามมาหลายอย่าง ทั้งทำให้อิหร่านแกร่งขึ้น เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน ตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพ และสงครามจะยังไม่จบ
อิหร่านฮึกเหิมขึ้น
ทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่า เป้าหมายเดียวของเขาในการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ “ได้บรรลุผลลัพธ์แล้ว” สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายแห่ง แต่ยังหายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงกว่า 400 กิโลกรัมที่สามารถนำไปใช้สร้างระเบิดได้ไม่พบ
แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่า ผู้ปกครองอิหร่านในปัจจุบันนั้น “มีเหตุผลมากกว่าเดิม” แต่ผู้เชี่ยวชาญก็มีเหตุผลที่จะเชื่อว่า อิหร่านมีแนวโน้มที่จะแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าก่อนสงคราม
ผู้นำสูงสุดคนก่อน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งสั่งห้ามการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ตามข้อตกลง ได้ถูกสังหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงในประเทศกำลังเรียกร้องให้มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
เมื่อล้มเหลวในการโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม หากสหรัฐฯ ถอนตัว เท่ากับจะปล่อยให้ระบอบการปกครองที่แข็งกร้าวมากขึ้นเข้ามาแทนที่ โดยที่ผู้นำพลเรือนกำลังถูกแทรกแซงโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรงมากขึ้น
ความโกลาหลทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป
การถอนตัวออกจากสงครามอิหร่านก่อนกำหนด จะเท่ากับเป็นการยอมรับความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่านแรงกดดันทางการทูตหรือทางทหาร
ทรัมป์กล่าวว่าราคาน้ำมันจะร่วงลง หลังจากการถอนตัวของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างน้อย การรักษาความปลอดภัยของเส้นทางน้ำจึงควรเป็นหน้าที่ของประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบ
แต่ตลาดไม่ได้ทำงานแบบนั้น ราคาที่ชาวอเมริกันจ่ายที่ปั๊มน้ำมันนั้นถูกกำหนดโดยตลาดโลก โดยไม่คำนึงถึงแหล่งที่มาของเชื้อเพลิง และหากไม่ได้รับการแก้ไข การขาดแคลนอุปทานก็จะยังคงผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในสหรัฐฯ
การถอนตัวโดยไม่มีข้อตกลงในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง จะเท่ากับเป็นการมอบชัยชนะให้แก่อิหร่านในการประกาศอำนาจอธิปไตยเหนือเส้นทางน้ำ ทำให้มีอำนาจต่อรองมหาศาลต่อเศรษฐกิจโลกและมีอำนาจมากกว่าที่เคยมีมาก่อน
การตรวจสอบเรือที่ผ่านช่องแคบของอิหร่านและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65 ล้านบาท) ต่อลำนั้น อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สร้างรายได้ใหม่ให้กับเตหะราน ทำให้พวกเขาทำสงครามต่อไปได้
การรวมอำนาจควบคุมของอิหร่านอาจทำให้มีน้ำมันไหลเวียนมากขึ้น หากมีประเทศอื่น ๆ เลือกที่จะขออนุญาตจากเตหะรานเพื่อผ่านช่องแคบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้บ้าง แต่การกระทำดังกล่าวจะเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่มีพื้นฐานในกฎหมายระหว่างประเทศ และก่อให้เกิดคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระเบียบการเดินเรือที่ยึดหลักกฎหมาย
ความไม่มั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย
อิหร่านได้ละเมิดข้อห้าม 2 ประการกับประเทศเพื่อนบ้านอาหรับในอ่าวเปอร์เซียระหว่างสงคราม คือการโจมตีดินแดนของพวกเขาโดยตรงเป็นครั้งแรก เพื่อลงโทษพวกเขาสำหรับการกระทำของพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ และปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้ส่งน้ำมันไปยังประเทศเหล่านั้น ทำให้พวกเขาขาดเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
รัฐในอ่าวเปอร์เซียมองว่าทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย และการถอนตัวออกจากสงครามอย่างรวดเร็วของสหรัฐฯ โดยไม่มีข้อตกลงอาจทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการถูกโจมตีซ้ำอีกในอีกหลายปีข้างหน้า
นอกจากนี้ยังจะทำให้อิหร่านมีอำนาจต่อรองเหนือพวกเขาอย่างมาก โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขในการส่งออกน้ำมันได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงคุกคามด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเมืองต่าง ๆ หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงโดยนัยที่เชื่อมโยงการลงทุนและการวางแนวทางยุทธศาสตร์ของประเทศในอ่าวเปอร์เซียกับการคุ้มครองจากสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
เมื่อทรัมป์เยือนกาตาร์หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เขาประกาศว่า “เราจะปกป้องคุณ” ขณะที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียให้คำมั่นว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ หลายล้านล้านดอลลาร์ การถอนตัวอย่างเร่งรีบโดยปล่อยให้รัฐในอ่าวต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตนเอง อาจถูกมองว่าเป็นการทรยศต่อคำมั่นสัญญานั้น
อิสราเอลอาจไม่หยุด
การถอนตัวอย่างเร่งรีบของสหรัฐฯ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออิสราเอล
ก่อนหน้านี้ในทั้งเลบานอนและฉนวนกาซา อิสราเอลยังคงโจมตีฝ่ายตรงข้ามหลังจากตกลงหยุดยิงแล้ว โดยอ้างว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง
อิสราเอลส่งสัญญาณตั้งแต่เนิ่น ๆ ในความขัดแย้งกับอิหร่านครั้งล่าสุดว่า กำลังพยายามที่จะบั่นทอน หรือแม้กระทั่งโค่นล้ม ระบอบการปกครองของอิหร่าน และการถอนตัวของสหรัฐฯ โดยที่สาธารณรัฐอิสลามยังคงอยู่ อาจทำให้อิสราเอลมองว่าเป็นภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น
แต่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยแสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถควบคุมอิสราเอลได้เมื่อต้องการ ในช่วงสงครามอิสราเอล-อิหร่านครั้งล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2025 เมื่อทรัมป์ดำเนินการเพื่อยุติความขัดแย้ง เขาบอกว่าเขาบังคับให้อิสราเอลเรียกเครื่องบินรบที่กำลังเดินทางไปโจมตีอิหร่านกลับได้
และถึงแม้ว่าอิสราเอลจะหยุดการโจมตีอิหร่านแล้ว ก็ไม่มีการรับประกันว่าอิหร่านจะตอบโต้เช่นกัน หลังจากถูกอิสราเอลโจมตีถึง 2 ครั้งภายใน 1 ปี อิหร่านจึงมีแนวโน้มที่จะต้องการคำรับรองว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงข้อตกลงที่ครอบคลุมซึ่งจะยุติการสู้รบในเลบานอน การถอนกำลังของสหรัฐฯ ไม่น่าจะแก้ปัญหาในแนวรบนั้นได้
อิสราเอลได้เพิ่มความรุนแรงในการรุกคืบในเลบานอนหลังจากการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์เพื่อสนับสนุนอิหร่าน และวางแผนที่จะทำลายและยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจนกว่าจะแน่ใจว่าภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์หมดไปแล้ว
เรียบเรียงจาก CNN