วันที่ 3 เม.ย. มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เนื่องจากบาห์เรนได้เสนอร่างมติต่อคณะมนตรีความมั่นคงฯ ขอคำอนุญาต ให้ประเทศต่าง ๆ สามารถใช้ “มาตรการป้องกันตนเองที่จำเป็นทั้งหมด” เพื่อรักษาความปลอดภัยในการผ่านแดนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เจ้าหน้าที่จากประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายหนึ่งกล่าวกับ CNN ว่า คณะมนตรีความมั่นคงฯ คาดว่าจะลงมติในร่างมติที่บาห์เรนเสนอในวันที่ 3 เม.ย.
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และคาดว่ารัสเซียจะไม่ขัดขวางมติดังกล่าว เจ้าหน้าที่เสริมว่า มกุฎราชกุมารคาดว่าจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในจีน โดยคาดว่าปักกิ่งจะไม่ขัดขวางเช่นกัน
ร่างมติดังกล่าวประณามการกระทำของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเตือนถึงผลกระทบในทางลบต่อการค้าระหว่างประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจโลก
โดยเน้นย้ำว่า เรือและเครื่องบินมีสิทธิในการผ่านแดนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “ซึ่งจะต้องไม่ถูกขัดขวาง”
ร่างมติฉบับนี้จะอนุญาตให้รัฐสมาชิกดำเนินการเป็นรายประเทศหรือผ่านความร่วมมือทางเรือระหว่างประเทศตามความสมัครใจ โดยแจ้งให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อใช้มาตรการป้องกันในช่องแคบและน่านน้ำใกล้เคียง รวมถึงในน่านน้ำอาณาเขตของรัฐชายฝั่งที่ติดกับช่องแคบ เพื่อรักษาเส้นทางสัญจรและยับยั้งความพยายามที่จะปิดหรือขัดขวางการเดินเรือ
การอนุญาตนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 6 เดือนหากได้รับการรับรอง และกำหนดให้รัฐที่เข้าร่วมต้องรายงานเป็นรายไตรมาส
ร่างมตินี้เรียกร้องให้รัฐที่เข้าร่วมประสานงานการดำเนินการและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเคารพสิทธิในการเดินเรือของรัฐที่สาม
เรียบเรียงจาก CNN