วันที่ 3 เม.ย. กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IGRC) อ้างว่า ได้ยิงเครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐฯ ตกเป็นลำที่สอง ขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวบินอยู่เหนือภาคกลางของอิหร่าน
IRGC ระบุว่า เครื่องบินรบนั้น “ถูกทำลายและตก” และไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับนักบินเนื่องจากความเสียหายอย่างรุนแรงของเครื่องบิน
สำนักข่าว Mehr News ของอิหร่านระบุว่า เป็นไปได้ยากที่นักบินจะดีดตัวออกจากเครื่องบินได้เนื่องจาก “การระเบิดอย่างรุนแรง” จากการตก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว แต่ได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของ IGRC ที่ว่าได้ยิงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตก
ต่อมาสื่อของรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่ภาพถ่าย อ้างว่าเป็นซากเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูก IRGC ยิงตก
ภาพถ่ายชุดนี้แสดงให้เห็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเครื่องบิน โดยชิ้นที่ใหญ่ที่สุดสูงประมาณเท่าคน ซึ่งรายงานของอิหร่านอ้างว่าเป็นเครื่องบินรบ F-35
แต่ภาพซากเครื่องบินดูเหมือนจะเป็นเครื่องบินรบ F-15 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มากกว่า เนื่องจากภาพถ่ายแสดงให้เห็นโลโก้บางส่วนของ “กองทัพอากาศสหรัฐฯ ในยุโรป” ที่ปรากฏบนครีบหางของ F-15 และแถบสีแดงและขาวจากด้านบนของครีบหาง
ชิ้นส่วนซากเครื่องบินอีกชิ้นหนึ่งมีข้อความว่า “ข้อควรระวัง ใช้เฉพาะตัวยึดที่ไม่ใช่แม่เหล็กเท่านั้น” ดูเหมือนจะตรงกับส่วนท้ายของ F-15 ที่ยื่นออกมาระหว่างเครื่องยนต์หนึ่งในสองเครื่องกับแพนหางระดับ
ปีเตอร์ เลย์ตัน นักวิจัยจากสถาบันเอเชียกริฟฟิธ และอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศออสเตรเลีย กล่าวว่า “จากโครงสร้างแล้ว มันดูเหมือนเครื่องบิน F-15 อย่างแน่นอน และจากเครื่องหมายแถบสีที่หาง ก็บ่งบอกว่าเป็นของฝูงบินขับไล่ที่ 48 ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศเลคเคนฮีธในสหราชอาณาจักร”
สื่อของรัฐบาลอิหร่านหลายแห่ง รวมถึง Press TV ได้เผยแพร่ภาพพร้อมกับแถลงการณ์จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ระบุว่ากองกำลังอิหร่านได้ยิงเครื่องบินขับไล่ F-35 ตกในภาคกลางของอิหร่าน ระบุว่า “เนื่องจากการแตกเป็นเสี่ยงๆ ของเครื่องบิน ชะตากรรมของนักบินจึงยังไม่ทราบแน่ชัด”
เรียบเรียงจาก CNN