หลังวานนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ภาพเอไอที่ในภาพตัวเขาเหมือนพระเยซู ใส่เสื้อคุมตัวยาวมีผ้าสีแดงคุมไหล่อีกที กำลังใช้มือแตะหน้าผากคนป่วย จนเกิดกระแสดราม่าสนั่น ซึ่งภาพนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนของทรัมป์เอง โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นทรัมป์กำลังทำการรักษาผู้ป่วยบนเตียงในโรงพยาบาล ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเลียนแบบปาฏิหาริย์ของพระเยซู
ซึ่งต่อมา ทรัมป์อธิบายว่าภาพนั้นถูกตีความผิดไปจากเจตนาเดิมของเขา เขาต้องการให้ภาพนั้นสื่อถึงตัวเขาในฐานะ "หมอ" ที่กำลังช่วยให้ผู้คนมีอาการดีขึ้น ไม่ได้สื่อถึงพระเยซูแต่อย่างใด ก่อนจะ ตำหนิสื่อว่าเป็นฝ่ายสร้างกระแสบิดเบือนไปในทางนั้นเอง
“มันคือภาพผม ผมโพสต์เอง ผมคิดว่ามันคือภาพของผมในฐานะหมอ มันเกี่ยวข้องกับกาชาด ในฐานะเจ้าหน้าที่กาชาดที่นั่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เราให้การสนับสนุน มีแต่สื่อที่ปั่นข่าวเรื่องนั้นขึ้นมา ผมเพิ่งจะได้ยินเรื่องนี้ แล้วก็อุทานว่า 'พวกนั้นคิดแบบนั้นไปได้ยังไง' ภาพนั้นมันควรจะเป็นภาพของผมในฐานะหมอที่กำลังรักษาคนให้ดีขึ้น และผมก็ทำให้ผู้คนดีขึ้นจริงๆ ผมทำให้ผู้คนดีขึ้นมากเลยล่ะ”
ซึ่งหลายคนก็มองว่าไม่น่าใช่หมอ เพราะดูอย่างไรกายแต่งกายของทรัมป์ ก็เหมือนการแต่งกายของพระเยซูอยู่ดี โดยการแต่งกายของพระเยซูตามบริบทประวัติศาสตร์ปาเลสไตน์ศตวรรษที่ 1 คือชุดคลุมยาวถึงข้อเท้าเรียบง่ายสไตล์ชาวยิวโบราณ มักเป็นสีขาวหรือสีธรรมชาติที่ไม่ย้อมสี สวมทับด้วยเสื้อคลุมที่มักเป็นสีแดง และรองเท้าแตะ ในภาพเอไอของทรัมป์ไม่เห็นเท้า จึงไม่เห็ยว่าเขาใส่รองเท้าแตะหรือไม่ แต่ทั้งเสื้อตัวยาวและเสื้อคลุม เหมือนเลย
ทรัมป์ ยังให้สัมภาษณ์ ประเด็นที่เขาออกมาวิพากวิจารณ์ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ หลังโป๊ปแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ขอโทษโป๊ป โดยให้เหตุผลว่าประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
"ไม่ครับ ผมจะไม่ขอโทษ เพราะโป๊ปเลโอพูดในสิ่งที่ผิด ท่านต่อต้านสิ่งที่ผมกำลังทำกับอิหร่านอย่างมาก แต่เราจะปล่อยให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ไม่ได้ โป๊ปลีโอคงจะไม่ยินดีกับผลลัพธ์สุดท้ายหรอก เพราะอาจจะมีคนตายเป็นร้อยล้านคน ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด ดังนั้นผมขอโทษไม่ได้ ผมคิดว่าท่านอ่อนแอเกินไปในเรื่องอาชญากรรมและเรื่องอื่นๆ ด้วย ท่านออกมาพูด ผมก็แค่ตอบท่าน" โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุในโพสต์บน Truth Social ว่า “กองทัพเรืออิหร่านลงไปอยู่ก้นทะเล และถูกทำลายหมดสิ้นแล้ว 158 ลำ สิ่งที่เรายังไม่ได้ทำลายคือเรือเร็วจู่โจมที่มีจำนวนไม่มากนัก เพราะเราไม่ได้มองว่าเป็นภัยคุกคามเท่าไร แต่ถ้าเรือเหล่านี้เข้ามาใกล้พื้นที่ปิดล้อม พวกมันจะถูกกำจัดทันที ด้วยระบบเดียวกับที่เราใช้จัดการกับพวกค้ายาเสพติดบนเรือในทะเล”
ซึ่งต่อมาเขาก็ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า เขาต้องการทำข้อตกลงมากๆ แต่เขาก็จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
"และผมบอกคุณได้เลยว่าเราได้รับการติดต่อมาจากอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาอยากทำข้อตกลงจะแย่แล้ว แต่ถ้าพวกเขาไม่ตกลง ก็ไม่มีดีล และจะไม่มีวันมีข้อตกลงเกิดขึ้น อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมาข่มขู่หรือกรรโชกโลกได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ พวกเขากำลังข่มขู่คนทั้งโลก และเราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด" โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าว
นอกจากนี้วันนี้ทรัมป์ ยัง โพสต์คลิปเอไอลง truthsocial อีก โดยเป็นคลิปความยาวประมาณ1 นาที นำเสนอเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเขาตั้งเเต่เป็นเด็กชายทรัมป์อายุ4 ขวบ ไล่มาจนเป็นวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ และมาถึงปี 2025 ที่เขาเป็นประธานาธิบดี ในวัย79 ปี โดยทรัมป์ เขียนข้อความระบุ สั้นๆ ว่า ว้าว!