เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เกิดเหตุวุ่นวายเมื่อชายคนหนึ่งพยายามบุกเข้าไปพร้อมอาวุธปืนและมีด และมีเสียงปืนดังขึ้น จนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และบุคคลระดับสูงคนอื่น ๆ ต้องหลบไปยังที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว
งานเลี้ยงอาหารค่ำผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมายาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่ปี 1921 อย่างไรก็ตาม นี่นับเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์เข้าร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวนี้ในฐานะประธานาธิบดี
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผู้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ความกันเองระหว่างสื่อกับประธานาธิบดีที่มากเกินไปนั้น อาจทำให้ความเป็นอิสระของสื่อมวลชนลดลง
ตัวทรัมป์เองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์งานเลี้ยงนี้ โดยนับตั้งแต่ปี 2016 ที่เขาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกจนมาถึงสมัยที่สอง ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานมาโดยตลอด รวมปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมงานมาแล้วถึง 5 ครั้ง
แม้ปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้สื่อข่าวในฐานะประธานาธิบดี แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมงานนี้
เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในปี 2011 ในฐานะพลเมืองทั่วไป หลายปีก่อนที่เขาจะเริ่มลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรก
ในเวลานั้น ทรัมป์ได้เริ่มก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติ โดยผลักดันทฤษฎีที่เรียกว่า “ทฤษฎีการเกิด” ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างเหยียดเชื้อชาติประธานาธิบดี บารัก โอบามา โดยบอกว่าเขาเกิดในเคนยาและปลอมแปลงใบเกิดในสหรัฐฯ
ตามธรรมเนียมแล้ว ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่จะกล่าวสุนทรพจน์ในงาน และโอบามาได้ใช้โอกาสนั้นโจมตีทฤษฎีสมคบคิดของทรัมป์และเส้นทางการเมืองที่เพิ่งเริ่มต้นของเขา
โอบามายังได้จินตนาการถึงภาพอนาคตของการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ โดยแสดงแบบจำลองของ “ทำเนียบขาวรีสอร์ตและกาสิโนของทรัมป์”
ทรัมป์นั่งนิ่งเฉยในกลุ่มผู้ชม โดยต่อมาคนสนิทหลายคนกล่าวว่า งานในคืนนั้นเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2016 ของทรัมป์
ทั้งนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวก่อตั้งขึ้นในปี 1914 เพื่อตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ที่จะยกเลิกการแถลงข่าวของประธานาธิบดี องค์กรนี้ได้ทำงานเพื่อร่วมกันสร้างการเข้าถึงทำเนียบขาวสำหรับนักข่าว
เรียบเรียงจาก Al Jazeera