เมื่อวันที่ 26 เม.ย. อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 14 รายจากการโจมตีดังกล่าว ซึ่งมากที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์มีผลบังคับใช้
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า ผู้เสียชีวิตในวันอาทิตย์รวมถึงผู้หญิง 2 คนและเด็ก 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 37 คน ขณะที่อิสราเอลกล่าวว่าทหารของตนเสียชีวิต 1 นาย
ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. และขยายเวลาไปจนถึงกลางเดือน พ.ค. ได้ลดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะมาณหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายจะยังคงยิงใส่กันประปรายและกล่าวโทษกันและกันเรื่องการละเมิดข้อตกลง
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า “การละเมิดของฮิซบอลเลาะห์นั้น ในทางปฏิบัติแล้วเป็นการทำลายข้อตกลงหยุดยิง เราดำเนินการอย่างแข็งขันตามกฎที่เราตกลงกันไว้กับสหรัฐฯ และรวมถึงเลบานอนด้วย”
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า จะไม่หยุดโจมตีทหารอิสราเอลภายในเลบานอนและเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือของอิสราเอล ตราบใดที่อิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ฮิซบอลเลาะห์กล่าวเพิ่มเติมในแถลงการณ์ว่า จะไม่รอการเจรจาทางการทูตที่ “พิสูจน์แล้วว่าไร้ผล” หรือพึ่งพาทางการเลบานอนที่ “ล้มเหลวในการปกป้องประเทศ”
ทหารอิสราเอลกำลังปฏิบัติการอยู่ภายในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “เส้นสีเหลือง” ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนของเลบานอนที่ลึกประมาณ 10 กิโลเมตรตามแนวชายแดน โดยที่ผู้อยู่อาศัยได้รับคำเตือนไม่ให้กลับเข้าไป
กองทัพอิสราเอลย้ำคำเตือนอีกครั้งในวันที่ 26 เม.ย. โดยบอกให้ผู้อยู่อาศัยออกจากเมือง 7 แห่งที่อยู่นอก “เขตกันชน” ที่อิสราเอลยึดครองก่อนข้อตกลงหยุดยิง
โฆษกของกองทัพอิสราเอลกล่าวว่าฮิซบอลเลาะห์กำลังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอิสราเอลจะดำเนินการกับพวกเขา โดยบอกให้ประชาชนมุ่งหน้าไปทางเหนือและตะวันตกออกจากเมืองที่อยู่ทางเหนือของแม่น้ำลิทานีและเขตทางตอนใต้ของเลบานอนที่ทหารอิสราเอลยึดครองอยู่
เรียบเรียงจาก The Guardian