อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 27 เม.ย. โดยการพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบ 2 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้น
สื่อรัสเซียและสื่ออิหร่านรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของรัสเซียที่มีต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน โดยปูตินแสดงความหวังว่าชาวอิหร่านจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และสันติภาพจะกลับคืนมาในเร็ววัน
ปูตินระบุด้วยว่า เขาได้รับข้อความจาก มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้ปรากฏตัวหรือแถลงการณ์ต่อสาธารณชนด้วยตนเอง โดยมีเพียงการเผยแพร่ข้อความผ่านลายลักษณ์อักษรในนามของท่านเท่านั้น
ปุตินกล่าวว่า "เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับข้อความจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง และขอยืนยันว่ารัสเซียมีความตั้งใจเช่นเดียวกับอิหร่าน ที่จะสานต่อความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันต่อไป"
เขาเสริมว่า "เราเห็นความกล้าหาญของประชาชนชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของตนเอง แน่นอนว่าเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในอิสรภาพนี้ ภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่ ชาวอิหร่านจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งบททดสอบที่ยากลำบากนี้ไปได้ และจะมีสันติภาพตามมาในที่สุด"
ปูตินกล่าวอีกว่า "ในส่วนของรัสเซีย เราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคุณ และเพื่อผลประโยชน์ของทุกประชาชาติในภูมิภาค เพื่อให้บรรลุสันติภาพโดยเร็วที่สุด ซึ่งคุณก็ทราบจุดยืนของเราในเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว"
อารักชีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอิหร่านจะยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินสำหรับการสนับสนุนของมอสโก "ผมได้รับมอบหมายให้มายืนยันในการเยือนครั้งนี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอิหร่านคือความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปในอนาคต"
เขาเสริมว่า "เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าอิหร่านยังมีมิตรและพันธมิตรอย่างเช่นรัสเซีย ที่ยืนเคียงข้างและสนับสนุนอิหร่านในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราขอขอบคุณสำหรับจุดยืนที่แน่วแน่ในการสนับสนุนอิหร่าน"
รัสเซียได้เสนอตัวเป็นตัวกลางเพื่อช่วยฟื้นฟูความสงบในตะวันออกกลาง หลังจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมอสโกได้ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ รัสเซียยังคงเสนอตัวเป็นผู้เก็บรักษายูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้แก่อิหร่านเพื่อเป็นแนวทางในการลดความตึงเครียด แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอนี้
เมื่อปีที่ผ่านมา อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 20 ปีกับมอสโก โดยปัจจุบันรัสเซียกำลังดำเนินการก่อสร้างหน่วยผลิตพลังงานนิวเคลียร์ใหม่ 2 แห่งที่เมืองบูเชร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของอิหร่าน