เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมสุดยอดธุรกิจขนาดเล็กที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทรัมป์ย้ำมุมมองของเขาว่า “เราไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้”
ทรัมป์อ้างถึงสงครามของเขาว่าเป็น “ปฏิบัติการทางทหาร จะเรียกมันว่าอะไรก็ได้” และเป็น “การเบี่ยงเบนเส้นทาง” เหมือนที่เขาเคยทำมาในอดีต เขากล่าวว่ามัน “ได้ผลดีมาก”
จากนั้นเขาก็กล่าวซ้ำถึงข้ออ้างเดิม ๆ เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ ทำลายศักยภาพของอิหร่าน โดยอ้างว่าเตหะราน “ไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีกองทัพอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ต่อต้านอากาศยาน ไม่มีเรดาร์ ไม่มีอะไรเลย ที่จริงแล้วพวกเขาไม่มีผู้นำด้วยซ้ำ ผู้นำก็หายไปหมดแล้ว”
เขาเสริมว่า “แต่คุณไม่สามารถปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ได้ มิฉะนั้นคุณจะมีปัญหาอย่างที่ไม่มีใครเชื่อ และมันก็ได้ผลดีมาก”
เขายังปฏิเสธผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่าสงครามไม่เป็นที่นิยมว่าเป็น “โพลปลอม”
ทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาให้ผลสำรวจปลอมกับผม พวกเขาทำโพลเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน และบอกว่ามีเพียง 32% ของคนเท่านั้นที่ชอบมัน คือผมก็ไม่ได้ชอบมันนะ ผมไม่ชอบสงครามเลย แต่เรามียุทโธปกรณ์ที่ดีกว่า และเรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”
ประธานาธิบดีกล่าวต่อไปว่า คำถามในโพลนั้นมีอคติต่อเขา และเสริมว่า ผู้ทำโพลควรจะถามว่า ชาวอเมริกันเชื่อว่าอิหร่านควรได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็คิดว่ามันอาจจะไม่สร้างความแตกต่างอะไร
“มันจะไม่ใช่ 32% แต่ถึงแม้คุณจะพูดอย่างนั้น มันก็ยังมี 32% อยู่ดี เพราะโพลนั้นเป็นของปลอม ผมหมายความว่า มันเป็นของปลอมทั้งหมด” ทรัมป์หล่าว
คำพูดของทรัมป์ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่านเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าเขาหมายถึงผลสำรวจใด
ผลสำรวจของ Washington Post-ABC News-Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พ.ค. แสดงให้เห็นว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อว่าสหรัฐฯ ทำสิ่งที่ถูกต้องในการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน
ทรัมป์ยังอ้างว่าผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เขานั้นใจร้อนเกินไป “ตอนนี้เรามีสงครามอยู่ และมันเพิ่งผ่านมาแค่ 6 สัปดาห์เอง พวกเขาถามว่า ‘ทำไมมันถึงนานขนาดนี้?’ เราอยู่ในเวียดนาม 19 ปี เราอยู่ในอิรักหลายปี 10-12 ปี เราอยู่ในสงครามต่าง ๆ มากมาย เกาหลี 7 ปี ผมจะไม่พูดถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำ”
เรียบเรียงจาก CNN / The Guardian