วันที่ 21 พ.ค. 2569 องค์กรจัดการอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน หรือ PGSA ได้ประกาศ "เขตควบคุมการเดินเรือทางทะเล" ในช่องแคบฮอร์มุซบนแพลตฟอร์ม X โดยแผนที่ขอบเขตที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ PGSA ซึ่งแยกทางเข้า เป็น 2 ฝั่ง
ทางเข้าทิศตะวันออก : ลากเส้นเชื่อมจากเมืองคูห์-เอ โมบารัก (Kuh-e Mubarak) ในอิหร่าน ไปยังทางใต้ของฟูไจราห์ (Fujairah) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ทางเข้าทิศตะวันตก : ลากเส้นเชื่อมจากปลายเกาะเกชม์ ในอิหร่าน ไปยังรัฐอุมม์อัลไกไวน์ Umm Al-Quwain ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
โดยองค์กรจัดการอ่าวเปอร์เซีย ของอิหร่าน ย้ำว่า "การผ่านช่องแคบฮอร์มุซในบริเวณนี้ จำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยงานบริหารทางน้ำอ่าวเปอร์เซีย และได้รับอนุญาตจาก PGSA ก่อนเสมอ"
สำหรับ PGSA เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มีหน้าที่คัดกรองและตรวจสอบเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
คัดกรองและตรวจสอบเรือ : เรือพาณิชย์ทุกประเภทที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะต้องติดต่อแจ้งข้อมูลล่วงหน้า และส่งเอกสารสำคัญให้ทาง PGSA ตรวจสอบ เช่น เอกสารสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเรือ, ใบรับรองการประกันภัย, รายชื่อลูกเรือ, ใบสำแดงรายการสินค้า และพิกัดเส้นทางเป้าหมาย
ออกใบอนุญาตการสัญจร : ทำหน้าที่อนุมัติและออกใบอนุญาตผ่านแดนทางทะเลให้กับเรือที่ผ่านการคัดกรอง โดยระบุว่า หากเรือลำใดฝ่าฝืนสัญจรโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า จะถูกถือว่าเป็นการกระทำที่ "ผิดกฎหมาย" และอาจถูกสกัดกั้นโดยกองทัพอิหร่าน
จัดระเบียบเส้นทางเดินเรือ : กำหนดแนวระเบียบและเส้นทางเดินเรือที่ได้รับอนุมัติ (Corridor) ให้เรือเดินตามคำสั่งเพื่อความมั่นคง
จัดเก็บค่าธรรมเนียม : เรียกเก็บเงินค่าผ่านทางหรือค่าบริการเฉพาะทาง (เช่น ค่ารักษาความปลอดภัยทางทะเลและการนำร่อง) จากเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านพื้นที่
ล่าสุด Reuters ปล่อยรายงาน Exclusive ที่ผ่านการสัมภาษณ์แหล่งข่าว 20 คน ว่า อิหร่านกำลังวางแผนยึดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ โดยวางกลไกให้ให้สิทธิพิเศษเดินเรือกับนานาชาติ โดยแบ่งเงื่อนไข 3 ระดับดังต่อไปนี้
1. ประเทศมหาอำนาจที่ใกล้ชิดมาก เช่น รัสเซียและจีน ได้สิทธิเดินเรือผ่านไปอย่างง่ายดาย
2. ประเทศที่มีความใกล้ชิด เช่น อินเดียและปากีสถาน
3. ประเทศที่มีข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐ
ด้าน รอยเตอร์ อ้างแหล่งข่าวในแวดวงเดินเรือในยุโรป 2 ราย ให้ข้อมูลตรงกันว่า เรือบางลำที่ไม่อยู่ในข้อตกลงระดับรัฐบาล ต้องจ่ายเงินให้ทางการอิหร่านสูงถึง 1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.5 ล้านบาท) เพื่อรับรองความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบ
แต่รอยเตอร์ ไม่สามารถยืนยันข้อมูลนี้ได้ เพราะบริษัทเดินเรือคงใช้วิธีอื่นในการทำธุรกรรมกับอิหร่านที่กำลังถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
รอยเตอร์ ยังยกตัวอย่างการทำงานของ PGSA ว่า เจ้าของเรือต้องเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ทั้งมูลค่าสินค้า สัญชาติเรือ ต้นทาง-ปลายทางการเดินเรือ เจ้าของเรือ ไปจนถึงสัญชาติของลูกเรือทุกคนกับทางการอิหร่าน
เช่น กรณีอินเดียที่นำเข้าพลังงานจากประเทศตะวันออกกลาง ต้องประสานกับสถานทูตในกรุงเตหะราน โดยเมื่อได้รับอนุญาตจากอิหร่านแล้ว กองทัพเรืออินเดียต้องส่งจุดพิกัดให้กัปตันเดินเรือตามเส้นทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ปิดเครื่องระบุตำแหน่งและงดใช้การสื่อสารผ่านดาวเทียม
อย่างไรก็ตาม กฎหมายการเดินเรือสากล ห้ามรัฐบาล ประเทศรัฐชายฝั่งต่างๆ เก็บค่าผ่านทางในช่องแคบหรือเส้นทางเดินเรือ ยกเว้นค่าบริการและค่ารักษาความปลอดภัย แต่ต้องเก็บทุกประเทศในราคาเท่ากัน ซึ่งกรณีนี้ใช้ไม่ได้กับ "อิหร่าน"