เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เปิดเผยว่า ได้ออกคำสั่งให้กองทัพอิสราเอลเข้าควบคุมพื้นที่ 70% ของฉนวนกาซา ซึ่งจะเป็นการทำลายข้อตกลงหยุดยิง
ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลตั้งแต่ ต.ค. 2025 กองทัพอิสราเอลได้ถอนกำลังไปยังเส้นแบ่งเขตแดน ซึ่งทำให้อิสราเอลควบคุมพื้นที่ 53% ของกาซา นับตั้งแต่นั้นมา กองกำลังอิสราเอลได้รุกคืบไปทางทิศตะวันตกอย่างต่อเนื่องเข้าไปในครึ่งหนึ่งของฉนวนกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาส และประกาศเขตแดนไร้เจ้าของที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทางตะวันตกของเขตนั้น
อิสราเอลกล่าวอ้างสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าใครสามารถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้ และเปิดฉากยิงใส่ใครก็ตามที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอลได้มีบทบาทนำในการอพยพผู้คนออกจากดินแดนตามแนวเส้นหยุดยิง โดยบอกให้ผู้อยู่อาศัยออกจากบ้านหรือที่พักพิงของตน
ตลอดระยะเวลา 8 เดือนของการหยุดยิง กองกำลังอิสราเอลยังคงเปิดฉากยิงใส่ชาวปาเลสไตน์ในระยะเส้นสีเหลืองที่แบ่งฉนวนกาซา และทำการโจมตีทางอากาศลึกเข้าไปในฉนวนกาซาตะวันตก ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 900 คนนับตั้งแต่เริ่มการหยุดยิง
เนทันยาฮูกล่าวว่า “ขณะนี้เรากำลังบีบกลุ่มฮามาส เราควบคุมดินแดนในฉนวนกาซาได้ 60% แล้ว ก่อนหน้านี้เราควบคุมได้ 50% และตอนนี้ได้ 60% แล้ว คำสั่งของผมคือให้ควบคุมให้ได้ 70%”
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลคือการให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากออกจากฉนวนกาซา
การขยายการควบคุมทางทหารของอิสราเอลจะเป็นการละเมิดโดยตรงต่อข้อตกลงหยุดยิง มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่รับรองข้อตกลงดังกล่าว และแผนสันติภาพ 20 ข้อของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนด “เส้นสีเหลือง” ชั่วคราวซึ่งแบ่งฉนวนกาซาออกเป็นสองส่วนที่ปกครองโดยอิสราเอลและฮามาสในระหว่างรอการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม
แผนของทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า “จะไม่มีใครถูกบังคับให้ออกจากฉนวนกาซา และผู้ที่ต้องการจะออกไปก็มีอิสระที่จะทำเช่นนั้นและมีอิสระที่จะกลับเข้ามา เราจะสนับสนุนให้ผู้คนอยู่ต่อและมอบโอกาสให้พวกเขาสร้างฉนวนกาซาที่ดีขึ้น”
มูฮัมหมัด เชฮาดา นักวิจัยรับเชิญจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป กล่าวว่า “เนทันยาฮูกำลังประกาศว่าข้อตกลงกับทรัมป์ทั้งหมด ซึ่งเป็นกรอบการทำงานสำหรับฉนวนกาซา เป็นโมฆะแล้ว นั่นคือความหมายโดยสรุป ไม่มีวิธีอื่นที่จะอธิบายได้ดีกว่านี้”
กองกำลังอิสราเอลได้ทำลายอาคารที่เหลืออยู่ในเขตของตนอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการขยายเขตไปถึง 70% ของฉนวนกาซาจะหมายความว่าชาวปาเลสไตน์ 2.2 ล้านคนที่รอดชีวิตจากสงครามจะต้องเบียดเสียดอยู่ในพื้นที่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของดินแดนเดิม ซึ่งก็แออัดอยู่แล้ว
“สภาพความเป็นอยู่ ณ ที่นั้นเลวร้ายมากอยู่แล้ว มันเป็นสถานที่ที่แออัดที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้ ทุกตารางเมตรมีครอบครัวผู้พลัดถิ่นอีกครอบครัวหนึ่ง มีเต็นท์ชั่วคราว หรือที่พักพิงแบบชั่วคราวอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นมันจะเป็นเหมือนคำพิพากษาประหารชีวิตสำหรับผู้คนจำนวนมากที่ไม่มีที่ไป” เชฮาดากล่าว
การบรรยายสรุปของสหประชาชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พบว่า กองกำลังอิสราเอลได้ขยายพื้นที่ควบคุมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาของการหยุดยิง และได้บันทึกการรุกคืบครั้งล่าสุดบางส่วน
ตัวอย่างเช่น ในเขตจาบาเลียทางตอนเหนือ สหประชาชาติระบุว่า “มีการรายงานการรุกคืบของรถถังทุกวัน โดรนกำลังเล็งเป้าหมายไปยังการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่อยู่ใกล้เส้นสีเหลือง” นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ารถถังอิสราเอลกำลังรุกคืบไปทางตะวันออกของเมืองข่านยูนิสทางตอนใต้
การบรรยายสรุปของสหประชาชาติยังกล่าวถึงกองกำลังติดอาวุธต่อต้านฮามาสที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล ซึ่งนำโดยผู้นำกองกำลังในฉนวนกาซา อัชราฟ อัล-มันซี โดยระบุว่ากองกำลังดังกล่าวได้รุกคืบไปทางตะวันตกจากเส้นสีเหลืองรอบ ๆ จาบาเลียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กลุ่มติดอาวุธเหล่านี้เคลื่อนไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามแนวเส้นสีเหลือง เห็นได้ชัดว่าทำหน้าที่เป็นกองกำลังจู่โจมของกองทัพอิสราเอล ดำเนินการโจมตีกลุ่มฮามาส และยังบอกให้ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นสีเหลืองอพยพออกจากบ้านของตนด้วย
เรียบเรียงจาก The Guardian