มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณพร้อมเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธการหารือในเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด
ระหว่างการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา รูบิโอ ระบุว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะพูดคุยเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์แล้ว และเชื่อว่าการเจรจาในประเด็นดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะรับประกันว่าการเจรจาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยมองว่าอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงยังคงเป็นความไร้เสถียรภาพภายในกลุ่มผู้นำของอิหร่าน
ในประเด็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รูบิโอ ย้ำว่า อิหร่านจะต้องยอมรับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ก่อน พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
นอกจากนี้ รูบิโอ ยังเปิดเผยว่า มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กำลังมีบทบาทในการเจรจามากขึ้น แม้จะมีข่าวลือว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงเริ่มต้นของสงคราม จนไม่สามารถปรากฏตัวต่อสาธารณะได้มาจนถึงขณะนี้
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเมห์ร (Mehr) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม โดยแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังผลักดันข้อตกลงชั่วคราวที่มีขอบเขตจำกัด เพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
อย่างไรก็ดี อิหร่านยังคงยืนกรานไม่ลดเพดานเงื่อนไขในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงข้อเรียกร้องสำคัญอื่น ๆ เช่น การยุติการสู้รบในทุกแนวรบ โดยเฉพาะในเลบานอน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน การยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และการคงอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไว้
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสื่อทางการของอิหร่าน รายงานในทางตรงกันข้ามว่า รัฐบาลอิหร่านได้ระงับการติดต่อกับสหรัฐฯ มาแล้วหลายวัน
รายงานดังกล่าวสวนทางกับข้อความที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ทรูธ โซเชียล โดยทรัมป์ระบุว่า กระแสข่าวเรื่องการระงับการติดต่อเป็น "ข่าวปลอม" และยืนยันว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป