นับเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ มาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นระหว่างทั้งสองชาติ ก่อนที่จะนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งสองชาติเคยลงนามในข้อตกลงร่วมกันมาแล้ว โดยในขณะนั้นเป็นข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ก่อนนำมาสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นฉบับดังกล่าว
ไทม์ไลน์ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสู่บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด
8 เมษายน 2026
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แม้สถานการณ์สู้รบในแนวรบอื่นที่เกี่ยวข้องยังดำเนินต่อไป โดยในวันเดียวกัน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250 คน
กลางเดือนเมษายน 2026
การเจรจาสันติภาพโดยตรงรอบแรกที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ไม่คืบหน้า ส่งผลให้สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่านอย่างเข้มงวด ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านลำหนึ่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ปลายเดือนเมษายน 2026
หลังการขนส่งทางทะเลหยุดชะงัก ปากีสถานเปิดเส้นทางขนส่งทางบก 6 เส้นทาง เพื่อช่วยลำเลียงสินค้าที่ตกค้าง รวมถึงสินค้าจากประเทศที่สามเข้าสู่อิหร่านโดยตรง
13 พฤษภาคม 2026
มติขององค์การสหประชาชาติที่ได้รับการผลักดันโดยบาห์เรนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและรับรองเสรีภาพในการเดินเรือโดยทันที ได้รับการสนับสนุนจาก 112 ประเทศสมาชิก
18-19 พฤษภาคม 2026
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระงับแผนโจมตีอิหร่านที่เตรียมไว้ล่วงหน้า หลังจากผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยในนาทีสุดท้าย พร้อมข้อเสนอแผนสันติภาพฉบับใหม่ที่เตหะรานส่งผ่านรัฐบาลปากีสถาน
ต้นเดือนมิถุนายน 2026
ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มสั่นคลอนและสถานการณ์กลับสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ มากกว่า 20 แห่งในจอร์แดน คูเวต และบาห์เรน
16-17 มิถุนายน 2026
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายและลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ใน บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงคราม โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่มีอยู่ทั้งหมด
ที่มา: Al Jazeera