ของที่ระลึกจากการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นพูดถึงเมื่อประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน มอบปืนลูกโม่โบราณพร้อมกระสุนจริงให้แก่ผู้นำทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุม
หลังเดินทางกลับถึงประเทศ นายกรัฐมนตรีเบลเยียม บาร์ต เดอ เวเวอร์ ถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่ามีปืนพกและกระสุนอยู่ในสัมภาระ ก่อนจะนำอาวุธดังกล่าวส่งมอบให้ตำรวจประจำท่าอากาศยานบรัสเซลส์เพื่อเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัย
ของขวัญดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของตุรกีในการแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญและเครื่องมือด้านนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลอังการา
ภาพที่เผยแพร่โดยสำนักงานประธานาธิบดีลิทัวเนีย กิตานัส เนาเซดา แสดงให้เห็นว่า ปืนที่ได้รับน่าจะเป็นกูมูไซ .357 แม็กนัม (Gumusay .357 Magnum) ปืนลูกโม่รุ่นหายากที่บริษัท MKE บริษัทผู้ผลิตอาวุธของรัฐบาลตุรกีผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990
ตัวปืนถูกบรรจุในกล่องไม้ พร้อมธงชาติตุรกี สัญลักษณ์นาโต และแผ่นป้ายที่ระบุข้อความทั้งภาษาตุรกีและภาษาอังกฤษว่า "Gumusay ปืนลูกโม่รุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศของเรา"
โฆษกของนายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ เปิดเผยว่า ผู้นำทุกคนได้รับปืนรุ่นเดียวกัน โดยแต่ละกระบอกมีการสลักชื่อของผู้รับไว้บนลำกล้อง
ด้านผู้ช่วยของประธานาธิบดีโปแลนด์ คารอล นาฟรอตสกี เปิดเผยกับสถานีวิทยุ RMF FM ว่า ปืนของผู้นำโปแลนด์กำลังอยู่ระหว่างดำเนินพิธีการศุลกากรที่สนามบินกรุงวอร์ซอ และจะถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่า "แน่นอนว่าจะไม่มีใครนำมันไปยิง"
แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาวุธปืนของตุรกีจะมุ่งผลิตปืนพกกึ่งอัตโนมัติเป็นหลัก แต่ปืนลูกโม่กูมูไซ ถือเป็นของสะสมที่หายาก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตอาวุธของตุรกีสามารถขยายตลาดเข้าสู่ยุโรปด้วยปืนพกและปืนลูกซองราคาย่อมเยา จนกลายเป็นคู่แข่งของผู้ผลิตรายเก่าในอิตาลีและเบลเยียม
ข้อมูลจาก Small Arms Survey ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่นครเจนีวา ระบุว่า ระหว่างปี 2019-2024 ตุรกีเป็นผู้ส่งออกอาวุธปืนขนาดเล็กมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และอิตาลี โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา: Reuters