สำนักข่าวเดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 และเรือในสังกัดหน่วยนาวิกโยธินที่มีกำลังทหารรวมกันประมาณ 9,000 - 10,000 นาย กำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่ตะวันออกลาง
รายงานของเดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่คาดว่าฝูงเรือ เครื่องบินขับไล่ และกำลังพลเหล่านี้จะเดินทางถึงตะวันออกกลางในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 เดือนเดียวกัน
ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกระลอก
เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางคือเรือ ยูเอสเอส ทีโอดออร์ รูสเวสต์ (USS Theodore Roosevelt) ที่เดินทางออกจากเมืองซานดิเอโกเมื่อวันอาทิตย์
เช่นเดียวกับกองเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส เมกิน ไอแลนด์ แอมฟิเบียส เรดดี กรุ๊ป (The USS Makin Island Amphibious Ready Group) ที่เดินทางออกจากเมืองซาดิเอโก เมื่อวันจันทร์ พร้อมด้วยกำลังพลนาวิกโยธินจากหน่วยปฏิบัติการรบทางเรือและภาคพื้นดินที่ 13 (13th Marine Expeditionary Unit)
ขณะที่ในเวลานี้สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำเตรียมไปประจำการตะวันออกกลางแล้ว 2 ลำคือ ยูเอสเอส จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช (USS George H.W. Bush) และ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington)
ซึ่งการมาถึงของรือ ยูเอสเอส ทีโอดออร์ รูสเวสต์ จะทำให้สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินมากถึง 3 ลำ ประจำการในตะวันออกกลางอีกครั้ง นับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงต้น ๆ ของสงครามกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนทหารอเมริกันที่ปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลางมีจำนวนมากกว่า 50,000 นาย
โดยรายงานข่าวการเสริมกำลังทหารและยุทธปกรณ์สหรัฐฯในตะวันออกกลาง เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้นอีกรอบ
หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและฟื้นการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเล
ขณะที่ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งขยายเวลาประจำการหน่วยป้องกันภัยทางอากาศและกองพลร่มที่ 82 ของกองทัพบกสหรัฐฯในตะวันออกกลาง แม้กองทัพเรือยังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนกำลังบำรุงดูแล ในขณะที่ต้องภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นจำนวนมาก