อินเดียอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คน ในรัฐอานธรประเทศและโอริสสา ก่อนพายุไซโคลนอาร์นับขึ้นฝั่งตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้ต้นไม้ล้มขวางทางหลวง เสาไฟฟ้าถูกถอนออกจากพื้น และประชาชนหลายพันคนต้องเข้าพักในศูนย์หลบภัย
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในทั้งสองรัฐ แต่ระบบไฟฟ้าได้รับผลกระทบ ต้นไม้จำนวนมากถูกโค่น โรงเรียนบางแห่งต้องปิด ขณะที่บริการรถไฟและเที่ยวบินบางส่วนถูกยกเลิก
กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียจัดให้ไซโคลนอาร์นับเป็นพายุไซโคลนรุนแรงมาก หรือ Very Severe Cyclonic Storm ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงเป็นอันดับ 3 ตามเกณฑ์ของหน่วยงาน โดยพายุขึ้นฝั่งรัฐอานธรประเทศช่วงเช้าวันพุธ ก่อนศูนย์กลางพายุจะเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดินใหญ่
ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นต้นไม้ล้มขวางทางหลวง ขณะที่เจ้าหน้าที่สวมชุดกันฝนเร่งตัดกิ่งไม้และเคลียร์เส้นทาง
กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียคาดว่า พายุไซโคลนอาร์นับจะมีความเร็วลมต่อเนื่องประมาณ 125-135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเตือนว่าอาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติราว 1-1.5 เมตร ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำของรัฐอานธรประเทศถูกน้ำท่วม
ชาวประมงตามแนวชายฝั่งได้รับคำแนะนำให้งดออกทะเล ขณะที่ทางการคาดว่า พายุอาจสร้างความเสียหายต่อพืชผล บ้านเรือนที่มุงด้วยวัสดุแบบดั้งเดิม และระบบสื่อสาร
กระทรวงการบินพลเรือนของอินเดียระบุว่า สนามบิน 3 แห่งในรัฐอานธรประเทศ ถูกระงับการให้บริการเนื่องจากผลกระทบของพายุ รวมถึงยังมีการยกเลิกเที่ยวบินและบริการรถไฟบางส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสภาพอากาศรุนแรง
แม้จะมีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สิน แต่ทางการยังไม่รายงานผู้เสียชีวิตจากไซโคลนอาร์นับในรัฐอานธรประเทศและโอริสสา
อิทธิพลของไซโคลนอาร์นับยังส่งผลไปถึงประเทศเนปาล ทางการเนปาลระงับการออกใบอนุญาตสำหรับนักเดินป่าที่จะขึ้นพื้นที่ภูเขาสูงเป็นเวลา 3 วัน เนื่องจากมีความเสี่ยงจากฝนและพายุหิมะ
คีตา ฆิมิเร เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของกรมตรวจคนเข้าเมืองเนปาล ระบุว่า ช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวเดินป่าที่มีนักท่องเที่ยวขอใบอนุญาตเฉลี่ยประมาณ 750 คนต่อวัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร ทางการเนปาลเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางขึ้นพื้นที่สูง เพราะกังวลว่าอิทธิพลจากอาร์นับอาจทำให้เกิด ฝนตกหนัก พายุหิมะ และหิมะถล่ม ในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีไปจนถึงวันเสาร์
ไซโคลนอาร์นับก่อตัวขึ้นเหนืออ่าวเบงกอล ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่เกิดพายุหมุนเขตร้อน และเคยมีพายุรุนแรงหลายลูกพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของอินเดีย หนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 1999 เมื่อซูเปอร์ไซโคลนพัดถล่มรัฐโอริสสา คร่าชีวิตประชาชนเกือบ 10,000 คน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินเดียได้พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าและมาตรการป้องกันมากขึ้น เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตจากพายุรุนแรง โดยก่อนที่ไซโคลนอาร์นับจะขึ้นฝั่งครั้งนี้ ทำให้ทางการสามารถอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงได้มากกว่า 180,000 คน
ที่มา: Reuters