เมื่อพูดถึง "แม่พิมพ์ของชาติ" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงครูที่ทำหน้าที่หล่อหลอมลูกศิษย์ให้เติบโตเป็นคนดีและมีความรู้ แต่สำหรับ "ครูเรียม สิงห์ทร" แห่งบ้านขอบด้ง จังหวัดเชียงใหม่ เธอไม่ได้เป็นเพียงแม่พิมพ์ของเด็ก ๆ เท่านั้น แต่เป็นแม่พิมพ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ได้รับรู้เรื่องราวของเธอ ความเสียสละของครูเรียมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ได้จุดประกายให้ผู้คนมากมายลุกขึ้นมาทำความดีเพื่อสังคมตามแบบอย่างที่เธอได้เคยทำไว้
แม่พิมพ์ที่ไม่ได้หล่อหลอมแค่นักเรียน แต่หล่อหลอมสังคม
ครูเรียมเริ่มต้นเส้นทางการสอนของเธอเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่ เธอยอมละทิ้งชีวิตที่สะดวกสบายในเมืองเพื่อขึ้นไปสอนหนังสือเด็กชาวเขาบนดอยอ่างขาง แม้ต้องเผชิญกับอันตรายจากกองกำลังติดอาวุธ ปัญหายาเสพติด และความไม่เข้าใจของชาวบ้านเกี่ยวกับการศึกษา แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพื่อปลูกฝังให้พวกเขาเห็นคุณค่าของการศึกษา ต่อให้ต้องเดินเข้าไปหาเด็กถึงในไร่ฝิ่น และกลางทุ่งนา ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอ
การกระทำของครูเรียมไม่ใช่แค่ทำให้เด็กๆ กลับเข้าโรงเรียน แต่ยังปลุกจิตสำนึกของผู้คนมากมายให้ลุกขึ้นมาทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม ผู้ที่ได้พบเธอ ได้ฟังเรื่องราวของเธอ ต่างซึมซับและได้รับพลังบวก หลายคนหันไปพัฒนาโครงการการศึกษา บางคนเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ครูเรียมได้สร้างขึ้น เธอไม่ได้แค่เป็นแม่พิมพ์ที่สร้างนักเรียน แต่เป็นแม่พิมพ์ที่สร้าง "แม่พิมพ์" รุ่นต่อ ๆ ไป ที่พร้อมจะเสียสละเพื่อชุมชนของตัวเอง
แรงบันดาลใจที่ส่งต่อเป็นลูกโซ่
ในโครงการ "ตามรอยพระราชา ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 48" ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมา ครูเรียมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรม และเธอสามารถสร้างพลังบวกให้กับทุกคนที่ได้พบเธอ การได้ฟังเรื่องราวของเธอ ทำให้ผู้คนมีแรงบันดาลใจในการทำความดี อยากช่วยเหลือสังคม และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ที่เคยได้รับแรงบันดาลใจจากครูเรียม บางคนกลับไปพัฒนาโครงการการศึกษา บางคนเข้ามาช่วยเหลือเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล บางคนแม้ไม่ใช่ครู แต่ก็ตั้งใจทำความดีตามแนวทางของเธอ นี่คือพลังของ "แม่พิมพ์ที่สร้างแม่พิมพ์" ที่ขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เสียสละเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
ครูเรียมไม่เคยเลือกเส้นทางที่ง่าย แต่เธอเลือกเส้นทางที่สร้างผลกระทบต่อผู้อื่นมากที่สุด เธอเชื่อว่าเด็กชาวเขาควรมีโอกาสเรียนรู้ภาษาไทย กฎหมายไทย และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ด้วยความพยายามของเธอ โรงเรียนบ้านขอบด้งได้เปิดทำการเต็มรูปแบบและกลายเป็นต้นแบบของการศึกษาสำหรับพื้นที่ห่างไกล
แม้ว่าเธอจะสามารถเลือกชีวิตที่สะดวกสบายกว่าได้ แต่เธอกลับเลือกที่จะอยู่บนดอยอ่างขางตลอดชีวิต เพื่อทำหน้าที่ของความเป็นครูต่อไป ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้สอนหนังสือ แต่ในฐานะแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันหมดไป
ต้นแบบที่แท้จริง: จากรัชกาลที่ 9 ถึงครูเรียม
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยมีพระราชดำรัสกับครูเรียมว่า “ฉันฝากเด็กชาวเขาเหล่านี้ด้วย ตัวฉันอยู่ไกล ครูดูแลด้วยนะ” ประโยคนี้ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของครูเรียม เป็นภารกิจที่ครูเรียมรับไว้ด้วยหัวใจ และได้กลายมาเป็นพลังใจให้เธอทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ เธอลงมือทำในสิ่งที่พระองค์ทรงสอนไว้ เธอลงไปในหมู่บ้าน หอบสี และขนมติดตัวเข้าไปนั่งท่ามกลางเด็กๆ กลางไร่ฝิ่น สอนพวกเขาให้รู้ภาษาไทย ให้เข้าใจสิทธิของตนเอง ให้ตระหนักว่าชีวิตมีทางเลือกมากกว่าที่พวกเขาเคยเชื่อ เธอไม่เคยคิดจะละทิ้งหน้าที่ของตนเอง
สิ่งที่ครูเรียมเน้นย้ำเสมอ คือความกตัญญูต่อแผ่นดินไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ เธอเชื่อว่าทุกสิ่งที่เธอทำได้ในวันนี้ ล้วนเกิดขึ้นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงดูแลทุกผู้คนบนแผ่นดินนี้ เธอปลูกฝังสิ่งนี้ให้แก่เด็ก ๆ และทุกคนที่ได้พบเธอ เพื่อให้พวกเขารู้ว่าคุณค่าของชีวิตนั้นไม่ได้อยู่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อแผ่นดินและเพื่อสังคมรอบข้าง
แม่พิมพ์ที่ไม่เคยหยุดสร้างแรงบันดาลใจ
ครูเรียม สิงห์ทร คือตัวอย่างของ “แม่พิมพ์ที่สร้างแม่พิมพ์” เธอไม่ได้แค่เปลี่ยนชีวิตของนักเรียน แต่เปลี่ยนแนวคิดของผู้คนที่ได้พบเธอ แรงบันดาลใจของเธอเติบโตออกไปไม่สิ้นสุด เหมือนกับแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงวางไว้ให้คนไทยเดินตาม
ทุกสิ่งที่ครูเรียมเป็น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนของเธอเอง แต่คือมรดกแห่งความดีที่ได้รับสืบทอดจากในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เธอ และเธอเองก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ต่อไป เป็นการส่งต่อพลังแห่งความดีรุ่นสู่รุ่น
โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทยและมูลนิธิธรรมดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการตามรอยพระราชาได้ที่
- คุณจารุกัญญ์ โทรศัพท์ 099 397 5333
- FB : ตามรอยพระราชา-The King's Journey