นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์พิเศษ ระหว่างเดินทางไปหาเสียงที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศโอนทรัพย์สินหลายพันล้านบาทให้บริษัทหลักทรัพย์ภัทรเป็นผู้ดูแลจัดการ โดยไม่มีอำนาจสั่งการหรือยุ่งเกี่ยวจนกว่าจะพ้นจากการเมือง 3 ปี ซึ่งอ้างว่า เป็นนักการเมืองคนแรกที่ทำแบบนี้
นายอนุทิน ชี้แจงว่าการทำ Blind Trust ถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งหมายถึงการถอดตัวเองออกจากอำนาจการชี้นำหรือบริหาร ต้องสละสิทธิ์จากองค์กรที่ตัวเองถือหุ้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการเข้ามาเล่นการเมือง ส่วนตัวได้ทำตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ และ ย้ำว่าการโอนทรัพย์สินให้บริษัทหลักทรัพย์ดูแลไม่เกี่ยวกับการสปิริตเพราะเป็นเรื่องปกติที่ผู้จะมาบริหารองค์กรภาครัฐจำเป็นต้องทิ้งสิทธิประโยชน์ต่างๆในภาคเอกชน
นักวิชาการด้านการเงิน โต้ "กรณ์" บิดเบือน ปม “ธนาธร” โอนหุ้นให้"blind trust"
ส่วนกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่าอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(5) เรื่องการจงใจหลอกลวงให้เข้าใจในคะแนนนิยมของผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ต้องถามนักกฎหมาย แต่ขอย้ำว่าคนที่จะมาเป็นนักการเมืองก็ต้องมีสปิริตในการเสียสละ ทำงานเพื่อประเทศชาติ
ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองจับมือแสดงจุดยืนจะเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจจะเข้าไปแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลักทันที หากได้เป็นรัฐบาล เพราะเชื่อว่ารัฐบาลสมัยหน้าอาจอยู่ไม่ครบวาระ จึงต้องการทำสิ่งที่สำคัญก่อน และการแก้ไขกฏหมายอาจใช้เวลานาน
“กรณ์” สวน “ธนาธร” blind trust ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้ แนะขายขาดดีสุด
กองทุน “Blind trust” แยกการเมืองจากธุรกิจได้จริงหรือ
“สรรพากร” ยัน Blind Trust ตรวจสอบได้ ไม่ใช่วิธีหลบเลี่ยงภาษี