รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 จัดรายการเปิดใจ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่า โดยนายธนาธรเขาระบุว่า ไม่แปลกใจที่เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ เพราะตั้งแต่ได้พิสูจน์ในการเลือกตั้ง ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กำลังหวาดกลัวกับการเกิดขึ้นของพรรค และพยายามใส่ร้ายป้ายสีเรา และเป็นที่คาดเดาได้ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย ทุกคดีที่มีต่อผมและพรรค และแกนนำ หากพูดในเชิงพื้นฐานของหลักกฎหมาย เราเชื่อว่าเราบริสุทธิ์ทุกกรณี ไม่มีมูลรองรับทางกฎหมาย
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องการพาผู้ต้องหาหลบหนี นายธนาธรกล่าวว่าตนไม่ได้เป็นแกนนำ คนอยู่ที่หน้า สน. หลายร้อยคน ตำรวจก็มีเขาก็ย่อมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตนห่างไกลจากคำว่าแถวหน้าเยอะ ตั้งแต่เรียนจบจนก็ร่วมการชุมนุมหลายครั้ง ตามแต่วาระโอกาส การชุมนุมครั้งไหนที่เห็นว่าถูกต้อง ตนก็จะเข้าไปร่วม แทบทุกครั้งที่เข้าร่วม ก็เข้าร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ใน สน. เกิดอะไรตนไม่อาจรู้ได้ แต่เข้าใจว่ามีสองกรณีซ้อนกันคือ ตำรวจต้องการจับนักศึกษา และนักศึกษาต้องการจะฟ้องว่าเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกาย สุดท้ายเขาปล่อยนักศึกษาออกมา พอทุกคนแยกย้าย ตนก็เลี้ยวรถไปทางถนนพระรามสี่ ก็เห็นเดินพอเห็นก็รู้ว่าเป็นรังสิมันต์ โรม ก็เลยถามว่าจะไปไหน และจะไปส่ง อยากให้กำลังใจน้องๆเขา ตอนนั้นตำรวจไม่ได้ตามจับ เขาไม่ได้วิ่งหนี
เมื่อถามว่าในวันพรุ่งนี้ที่ไปพบตำรวจจะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้ผมคงห้ามไม่ได้ใครจะไปให้กำลังใจ ผมคงรู้สึกขอบคุณ แต่อย่างแรกไม่มีการจัดตั้งแน่ ส่วนเรื่องความวุ่นวาย คนที่ไปคงอยากเห็นความเป็นธรรมกับทุกคนที่ถูกกระทำ เมื่อไปด้ยความรู้สึกนี้ไม่มีเหตุผลที่จะไปก่อความวุ่นวาย ผมไม่อยากให้การใช้ มาตรา 116 กับประชาชนเป็นเรื่องของผม ไม่ใช่ธนาธรโดนคนแรก 4-5 ปีที่ผ่านมา โดนหลายคน คนพวกนี้คือคนที่ออกมาปกป้องสิทธิให้คนไทยทั้งประเทศ คนพวกนี้คือคนที่ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธปไตย แต่เขาไม่มีเกราะป้องกันทางสังคม พอเป็นธนาธรมันเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมา 4-5 ปี เป็นแบบนี้เยอะ ขอให้เรียกร้องเพื่อคนกลุ่มนี้ด้วย หากพวกเราอยากมาสนับสนุนตนก็ขอบคุณ อย่าปล่อยให้ภาระการเรียกรร้องเป็นเรื่องคนเล็กคนน้อยที่ไม่มีเกราะป้องกันทางสังคม”
“ธนาธร-ปิยบุตร” นำทัพ “พรรคอนาคตใหม่” ลั่นไม่หนุนนายกฯคนนอก
"ธนาธร"ขออย่าใช้ การเมืองแบบเก่าทำลายพรรคอนาคตใหม่
ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวว่า “ซ้ายจัดดัดจริต” นายธนาธรระบุว่า เขาคงพูดถึงเราตรงๆ ขอฝากบอกว่าเราไม่ได้มีเจตนาร้ายทำลายประเทศเรรา เรามีเจตนาจะพาประเทศไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิมนุษยชน บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเป็นระบอบที่ส่วนใหญ่ในโลกเขาเป็นกัน การเรีกยร้องให้เคารพเสียงประชาชน นิติรัฐ มันซ้ายจัดหรือ ตนว่าไม่ สิ่งที่เรียกร้องเป็นการเรียกร้องความปกติคืนสู่สังคมไทย และการจะทำได้คือการปฏิรูปกองทัพ บทบาทปัจจุบันไม่ใช่กองทัพมืออาชีพแน่ๆ ข้อเสนอของอนาคตใหม่รวมถึงการปฏิรูปกองทัพ หากเราเป็นรัฐบาลเราต้องทำตามที่หาเสียงคือการปฏิรูปกองทัพ จึงทำให้หวั่นไหว
“ไม่มีประชาธิปไตยในประเทศไหน ได้มาจากการร้องขอหรือการหยิบยื่นให้ของชนชั้นปกครอง ครั้งนี้จะเอาอำนาจคืนทุกคนเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หากอยากให้อำนาจเป็นของประชาชน อย่ากให้ระบบเดินไปได้ ต้องคืนความปกติให้สังคมไทย และคนที่เสียประโยชน์คือผู้นำกองทัพ” นายธนาธรกล่าว
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าเอาสิ่งที่เรียนจากเมืองนอกมาใช้ นายธนาธรกล่าวว่ามีอะไรที่เราไม่ได้เรียนจากเมืองนอกไหม ทุกอย่างเอามาจากเมืองนอก เวลาเราพูดประชาธิปไตยแบบไทยๆคือการเรื่องพูดการเมืองที่มีการเมืองที่เป็นรัฐบาล และมีทหารมายึดอำนาจ วงจรการทำรัฐประหารอุบาทว์ นี่คือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ต้องเอาทหารออกจากการเมืองให้ได้ ทำให้ประชาชนเชื่อมันระบอบรัฐสภาอีกครั้ง
เมื่อถามว่าจะฝากบอกอะไร ผบ.ทบ. หรือไม่ “เราไม่ใช่ภัยคุกคาม อยากบอกว่าไม่มีทางชนะประชาชนหรอกครับ มันไม่มีทางจะอยู่อย่างนี้ตลอดกาล อย่าให้ประเทศไทยสูญเสียไปมากกว่านี้ นี่เป็นก้าวแรกในการนำประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย
นายธนาธรกล่าวต่อว่า คงเป็นเรื่องนโยบายของพรรคที่มีคนเสียประโยชน์ และพร้อมพาประเทศไทยไปสุดเหวตราบเท่าที่ยังกุมอำนาจอยู่ ไม่อยากเห็นการทำลายศัตรูด้วยการสาดโคลน และใช้กฎหมายทำลายกัน เลิกเถอะครับ
นายธนาธรชี้แจงกรณีที่จะสืบสาน เจตนารมณ์ปี 2475 ว่า 2475 ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน คนที่โจมตีต้องการบิดเบือนประวัติศาสตร์ ใครที่พูดอย่างนี้ตั้งใจบิดเบือน เพื่อทำลายล้างคนอื่น 2475 คือการสถาปนาอำนาจที่เป็นของราษฎร แต่ที่ผ่านมาเราเกิดการทำรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง ข้อเรียกร้องเราง่ายมาก คืออนาคตที่ไม่มีการรัฐประหาร อนาคตที่ทหารไม่แทรกแซงการเมือง เราไม่เคยเขียนว่าเราจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง
“คนที่พูดคือคนที่ต้องการให้เกลียดชังอนาคตใหม่ ให้คนชิงชังกันเอง นี่คือเงื่อนไขที่จะให้ทำรัฐประหารได้ เราไม่เอาการทำรัฐประหารอีกแล้ว ปฏิรูปกองทัพเอาทหารกลับเข้ากรมกอง”
“ที่ผ่านมาเรามีนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง 30 ปี อีก 50 ปี นายกฯไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คุณเคยให้โอกาสประชาธิปไตยเติบโตหรือยัง เมื่อใดที่ประชาธิปไตยออกดอกออกผล มีการทำรัฐประหารตัดตอนประชาธิปไตยทุกครั้ง เห็นได้ชัดว่ามีอำนาจอยู่ก้อนหนึ่งที่ไม่ตรงการเห็นสังคมไทยเดินต่อไปข้างหน้า และปลูกฝังค่านิยมผิดๆว่านักการเมืองเลว 80 กว่าปีใครทำ เพราะ 80 ปี มีแค่ 30 ปี ที่มีนายกฯเป็นนักการเมือง”