เมื่อวันที่ (14 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม้ค้ำโพธิ์ ที่เห็นนี้ เป็นไม้ ที่ชาวล้านนาเชื่อว่า เมื่อนำมาถวายวัด ด้วยการนำไปค้ำต้นโพธิ์ เจดีย์ วิหารต่างๆแล้ว จะเป็นเหมือนการได้ทำบุญหนุนนำชีวิตในปีใหม่ ไม้ค้ำโพธิ์นี้เป็นไม้ทำจากไม้ทั่วไปในท้องถิ่น ช่วงปลายมีลักษณะเป็นง่าม ใช้ค้ำได้ เช่นต้นสา ไม้ชนิดอื่นๆ โดยปอกเปลือกหรือผิวไม้ ทาด้วยขมิ้นให้เป็นสีเหลือง คล้ายกับจีวรพระ
แท้จริงแล้วเป็นกุสโลลบายให้ชาวบ้านช่วยกันบำรุงรักษาวัดวาอารามซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจ เพราะสมัยก่อน วิหารวัดในภาคเหนือทำจากไม้ เมื่อเวลาผ่านไปจะผุกร่อน ไม้ค้ำที่ถวายไว้ก็จะช่วยค้ำวิการหรือต้นไม้ต่างๆในวัดไม่ให้ล้มในช่วงที่พายุฝน มีลมแรง ในช่วงฤดูร้อน ร่วมถึงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง
วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า "วันเนา" หรือ "วันเน่า" ชาวบ้านเชื่อว่าวันนี้เป็นวันมงคลต้องทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล ห้ามด่าทอ ทะเลาะวิวาทถ้าไม่เช่นนั้นจะพบแต่สิ่งไม่ดีตลอดทั้งปี
ตอนสายหน่อยก็เตรียมขนม อาหาร เครื่องไทยทาน เพื่อจะนำไปทำบุญในวันรุ่งขึ้นและในช่วงบ่ายจะมีการขนทรายเพื่อนำไปก่อเจดีย์ทราย ซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ได้อานิสงฆ์มากดั่งจำนวนเม็ดทรายบ้างก็ว่าทำบุญเพื่อชดใช้กรรมที่เกิดขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
วันเนา วันเนาว์ หรือ วันเน่า ในแง่ของโหราศาสตร์แล้ว วันนี้ควรจะเรียกว่า วันเนา เพราะเป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรอยู่ระหว่างราศีมีนและราศีเมษ อันเป็นวันที่ถัดจากวันสังกรานต์ล่อง แต่ในการออกเสียงแล้วทั่วไปมักเรียก"วันเน่า" ทำให้เกิดความคิดที่ห้ามการกระทำสิ่งที่ไม่เป็นมงคล
อย่างไรก็ตาม วันเนานี้จะเป็นวันเตรียมงาน ชาวบ้านจะพากันไปซื้อของเพื่อกินและใช้ในวันพญาวัน เมื่อถึงตอนบ่ายจะมีการขนทรายเข้าวัด กองรวมกันทำเป็น การขนทรายเข้าวัดนี้ถือว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าของตนออกจากวัดซึ่งเสมอกับได้ลักของจากวัด วันเนานี้อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันดา เพราะเป็นวันที่ ดา หรือจัดเตรียม สิ่งของต่างๆ จะใช้ทำบุญ โดยเฉพาะห้ามการด่าทอทะเลาะวิวาทกัน เชื่อด้วยนะคะว่าใครด่ากัน พูดไม่ดีปากของผู้นั้นจะเน่า และหากวิวาทกันในวันนี้ บุคคลผู้นั้นจะอัปมงคลไปตลอดปี