นางสาวศุภวิชญ์ งามสุขวิชชากุล ลูกสาวคนโต ของพันตำรวจโทจตุพร งามสุขวิชชากุล พร้อมด้วยครอบครัว จุดธูปเชิญดวงวิญญาณ พันตำรวจโทจตุพร ผู้เป็นพ่อ และนางนงนาฏ งามสุขวิชชากุล ผู้เป็นแม่ จากจุดเกิดอุบัติเหตุที่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เมาแล้วขับ พุ่งชน พ่อ แม่ และน้องสาว
จากนั้นครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราช เพื่อรับศพ ก่อนนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดตรีทศเทพ รดน้ำศพเวลา16.00น.พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เวลา 16:30น. และสวดอภิธรรมเป็นเวลา3วัน ก่อนที่จะฌาปนกิจในวันเสาร์ที่20เมษายน เวลา14.00น.
นางสาวขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นางสาวศุภวิชญ์ หลานสาวคนโต ต้องกลับมาจากประเทศอเมริกากระทันหัน ระหว่างเรียนแลกเปลี่ยน หลังเกิดอุบัติเหตุ โดยมีสภาพจิตใจย่ำแย่ ร้องไห้ตลอดเวลา
ส่วนหลานสาวคนเล็กที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ยังในห้องไอซียู รู้สึกตัว และตอบสนองได้แล้ว โดยสามารถสื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่หลานสาวเขียนคือ "พ่อ แม่ อยู่ไหน"
หลังเกิดเหตุ ตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ได้แจ้งข้อหากับ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ 5 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส 5.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
ตร.คุมตัว เสี่ยรถเบนซ์ ฝากขังศาล
ก่อนนำตัวไปฝากขังเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา โดยศาลไม่รับคำฟ้อง ข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยระบุว่า เป็นเพียงนโยบายของรัฐบาล แต่ยังไม่ได้เป็นกฎหมาย จึงไม่สามารถรับคำฟ้องกรณีดังกล่าวได้ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา กับนายสมชาย ได้เพียง 3 ข้อหา
นายสมชาย ยินดีจะชดใช้เยียวยาค่าสินไหมให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ หลังผู้เสียหายดำเนินการเรื่องการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะนัดหมายให้ทั้ง 2 ฝ่าย มาเจรจาต่อหน้าอีกครั้ง