วันนี้ (17 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุขธร เขมวงศ์ เจ้าของร้านหมูกระทะที่เกิดเหตุ เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม โดยระบุว่าเพิ่งเปิดร้านได้เพียง 5 เดือน ยืนยันว่าอุปกรณ์ในร้านเป็นของใหม่ทั้งหมด และไม่เคยนำแก๊สกระป๋องที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้อีก แต่ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุแก๊สตัวดังกล่าวมีเสียงดัง ซึ่งลูกค้าได้เรียกพนักงานในร้านให้ไปเบาแก๊ส แต่ผ่านไป 10-15 นาที ก็เกิดระเบิดขึ้น เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากความร้อนสูง
สำหรับแก๊สกระป๋องที่ใช้ ทางร้านซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ปกติ 1 กระป๋อง จะใช้งานได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเกิดการระเบิดขึ้น เบื้องต้นได้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เสียหาย
พันตำรวจเอก อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องสืบสวนหาสาเหตุว่าใช้แก๊สกระป๋องยี่ห้ออะไร มีการรับรองถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คน ส่วนอีก 1 คนกลับบ้านแล้ว โดยทั้ง 2 คนบาดเจ็บจากน้ำร้อนในกระทะกระเด็นใส่ ส่วนทางคดีขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบพยานให้แน่ชัดว่าจะเข้าข่ายความผิดประมาททางอาญาหรือไม่
ด้านรองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงการระเบิดของแก๊สกระป๋องว่า เตาที่ใช้ร่วมกับกระป๋องแก๊สเหมาะสำหรับการใช้งานในลักษณะแคมปิ้ง หรือประกอบอาหารในระยะเวลาสั้น หรือไม่เกิน 30 นาที
แต่ร้านหมูกระทะใช้เตาในการปิ้งย่าง นานเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป บางที่อัดแก๊สให้ใช้งานได้ถึง 2 ชั่วโมง ทำให้ด้านล่างของเตาเกิดความร้อนสะสม มีผลให้แก๊สในกระป๋องขยายตัวและเกิดระเบิดขึ้นได้
ทั้งนี้การป้องกันฝากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาควบคุมเรื่องการอัดแก๊สบรรจุกระป๋องเอง เพราะไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงรณรงค์ให้ผู้ประกอบการหันไปใช้เตาไฟฟ้า หรือเตาแก๊สที่มีวาล์วเปิดปิดจะปลอดภัยกว่า