สธ.แจงคุมความเร็วรถพยาบาล หวังลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีกระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการจำกัดความเร็วรถพยาบาล ให้วิ่งได้ไม่เกิน 80กิโลเมตรต่อชั่วโมง และให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ต่อมามีข้อถกเถียงออกมาจำนวนมาก ว่าการจำกัดความเร็วรถพยาบาล จะส่งผลดีต่อผู้ป่วย หรือไม่ เพราะในบางเคสที่เป็นผู้ป่วยวิกฤตก็ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า รถพยาบาลไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วก็สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ตามหลักการประเมินทางการแพทย์

วันนี้ (19 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาตรการจำกัดความเร็วรถพยาบาล เนื่องจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล ที่พบว่า ตั้งแต่ปี 2559-2562 เกิดอุบัติเหตุ 110 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 318 ราย เป็นบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉินกว่า 129 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 3 ราย เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ กระทรวงสาธารณสุขจึงออกมาตราการนี้ขึ้น นายแพทย์ ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รถพยาบาลที่วิ่งด้วยความเร็วสูงยิ่งมีความเสี่ยงสูง ในกรณีที่มีผู้ป่วยวิกฤต จะมีแพทย์ พยาบาลประจำรถ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยงด้วยการขับรถเร็วระหว่างส่งตัวมาโรงพยาบาล

ทั้งนี้ส่วนการห้ามทำหัตถการในรถพยาบาล เบื้องต้นห้ามไม่ให้ทำขณะรถวิ่ง แต่สามารถจอดข้างทางแล้วทำหัตถการได้ตามที่แพทย์เห็นสมควร และมาตรการที่ออกมาบังคับใช้กับรถพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น และหากเป็นกรณีผู้ป่วยวิกฤตมีความจำเป็นจริง ๆ ก็สามารถใช้ความเร็วได้ เนื่องจาก รถฉุกเฉิน ทางกฎหมาย มีข้อยกเว้น เช่น หยุดรถในที่ห้ามจอดได้ ฝ่าสัญญาณไฟจราจรได้ แต่ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวัง นอกจากลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุกับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และญาติแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็คือการคุ้มครองสิทธิกรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งถ้าเป็นรถพยาบาลเก่าบริษัทประกันจะไม่รับ จึงเหลือสิทธิเพียง พ.ร.บ.อุบัติเหตุ เท่านั้น ซึ่งมีความคุ้มครองต่ำ แต่เมื่อมีมาตรการความปลอดภัยเข้ามา จะทำให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านบาทต่อคน เพิ่มการคุ้มครองคนในรถพยาบาลจาก 5 คนเป็น 7 คน ครอบคลุมผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยด้วย

ขณะจ่าอากาศตรีปิยะวัจน์ สุวรรณวงษ์ ที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมาเกือบ 30 ปี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับประกาศของกระทรวงฉบับนี้ เพราะมองว่าการบังคับจำกัดความเร็วจะส่งผลกระทบกับทั้งคนเจ็บและบุคคลากรประจำรถฉุกเฉินที่ต้องเป็นด่านหน้ารับแรงกดดันจากญาติคนเจ็บ ส่วนความเร็วของรถฉุกเฉินควรเป็นเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับลมหายใจของผู้ป่วย ซึ่งปกติแล้วบุคลากรทุกคนจะรู้หลักปฏิบัติดีว่าผู้ป่วยมีอาการวิกฤตระดับไหน และควรต้องใช้ความเร็วเท่าไหร่เพื่อไปให้ทันโรงพยาบาล

โดยส่วนกรณีที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงว่ารถพยาบาลไม่จำเป็นต้องขับเร็ว เนื่องจากมีเครื่องมือและบุคคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว เรื่องนี้อาสาสมัครกู้ภัย มองว่า ในย่อหน้าหนึ่งของประกาศกระทรวงระบุว่าห้ามทำหัตถการขณะรถเคลื่อนที่ แล้วแบบนี้การมีเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยเหลือจะมีประโยชน์ได้อย่างไร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ