เมื่อวานนี้ บรรยากาศการชุมนุมประท้วงของม็อบเสื้อกั๊กเหลืองในกรุงปารีส กลับมาดุเดือดอีกครั้ง หลังผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งก่อหวอดรุนแรง จุดไฟเผารถยนต์ ขว้างปาสิ่งของ และตะลุมบอนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์
สำหรับเหตุชุมนุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุเพลิงไหม้อาสนวิหาร "นอเทรอดาม" เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความสูญเสียใหญ่ของคนในชาติ หลายฝ่ายเชื่อว่ากระแสการชุมนุมของม็อบเสื้อกั๊กเหลืองน่าจะลดลง แต่สถานการณ์กลับรุนแรงขึ้น เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่พอใจที่ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ประกาศเร่งฟื้นฟูอาสนวิหาร "นอเทรอดาม" ที่ถูกเพลิงไหม้ ทำให้บรรดาเศรษฐีชั้นนำของประเทศพากันบริจาคเงินช่วยบูรณะวิหาร ในขณะที่ปัญหาของคนชนชั้นรากหญ้า ที่มีการชุมนุมเรียกร้องมานานกว่า 23 สัปดาห์ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า จำนวนผู้ชุมนุมทั่วประเทศอยู่ที่ 27,900 คน เฉพาะที่กรุงปารีส มีประมาณ 9,000 คน ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ชุมนุมไว้เกือบ 200 คน และอีกจำนวนมากบาดเจ็บจากการปะทะที่เกิดขึ้น แต่บริเวณที่ตั้งของอาสนวิหาร "นอเทรอดาม" ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกัน ไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงเข้าไปเคลื่อนไหว