เมื่อวันที่ (22 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของเพจ "วุ้นละมุน เชียงใหม่” โพสต์ภาพข้อความ เค้กวุ้นรูปโดราเอมอน หลังตัวแทนลิขสิทธิ์ ตัวการ์ตูนโดราเอมอน ล่อซื้อวุ้นรูปโดราเอมอน จำนวน2ชิ้น ขนาด 1 ปอนด์ ราคา290 บาท และขนาด 2 ปอนด์ ราคา 390 บาท ให้นำไปส่งที่หน้า สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ช่วงบ่ายของวันที่ 20 เม.ย. 62
จนกระทั่งมีผู้ชายมารับวุ้นโดราเอมอนที่สั่งไว้ จากนั้นแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตัวแทนลิขสิทธิ์โดราเอมอน และเชิญไปพูดคุยเจรจาที่สถานีตำรวจ นางสาวทิพวรรณ อายุ 35 ปี เจ้าของเค้กรูปโดราเอมอน เล่าว่าได้นำเรื่องราวมาโพสต์ในโลกออนไลน์ เพียงต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ การละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะในส่วนตัวตนคิดว่าเป็นงานฝีมือ หลังเกิดเหตุได้กล่าวขอโทษตัวแทนลิขสิทธิ์ไปแล้ว
ด้าน พ.ต.ต.มนตรี พุทธขันท์ สารสัตรสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ระบุชี้แจ้งว่า ตัวแทนของลิขสิทธิ์ดังกล่าวได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีการแสดงตัวตน หลักฐานในการมอบอำนาจ รวมทั้งนำหลักฐานต่างๆ ในการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นภาพถ่าย วุ้นโดราเอมอน รวมทั้งผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เข้ามาแจ้งความ เพื่อขอให้ตำรวจดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจเองไม่ได้ไปร่วมจับกุมด้วยแต่อย่างใด แต่ให้ความร่วมมือตามสิทธิทางกฏหมายของผู้เสียหาย
หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาพูดคุยกันเอง เนื่องจากคดีนี้สามารถยอมความกันได้ โดยยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร่วมเจรจาด้วย โดยเฉพาะเรื่องของเงินที่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ ซึ่งทางตัวแทนลิขสิทธิ์ดังกล่าวจได้ขอถอนแจ้งความ หลังตกลงค่าเสียหายกันเองได้ ซึ่งในวันเกิดเหตุทางฝ่ายผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ไม่ได้มีท่าทีอึดอัดหรือถูกบังคับข่มขู่แต่อย่างใด ซึ่งหากมีการบังคับข่มขู่ ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ได้ด้วยเช่นกัน
ในมุมของนักกฎหมาย นายปรีชา ณ เชียงใหม่ ทนายความ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ในกรณีแม่ค้าถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ดังกล่าวเอาผิดกรณีทำเค้กวุ้น รูปโดราเอมอนนั้น ไม่สามารถแจ้งความเอาผิดได้ เพราะเป็นการนำรูปโดราเอมอนมาดัดแปลงเป็นงานศิลปประยุกต์ ซึ่งตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 บัญญัติไว้ว่าลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ให้มี อายุ 25 ปี นับแต่ได้มีการโฆษณางานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2512 ถ้าหากนับเวลาจนถึงปัจจุบันนี้ ผ่านมากว่า 25 ปีแล้ว ซึ่งความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ในฐานะงานศิลปประยุกต์ จึงหมดไปแล้ว