รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2562 โดยเป็นคำสั่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ให้นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ. ไปปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2562 เป็นต้นไป /ดยได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์จาก กทพ. และยังไม่พ้นจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งอย่างอื่น
รายงานข่าวแจ้งว่า การถูกคำสั่งย้ายครั้งนี้น่าจะมาจากความล่าช้าในการผลักดันงานโครงการต่างๆ ของกทพ. รวมถึงการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางด่วน ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2561 ให้ กทพ.ชดเชยรายได้ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด หรือเอ็นอีซีแอล (NECL) ในเครือ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มรวมดอกเบี้ยประมาณ 4 พันล้านบาท
กรณีกทพ.สร้างส่วนต่อขยายโทลล์เวย์ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต ทำให้เกิดการแข่งขันกับทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด รวมทั้งข้อพิพาทอื่นๆ ที่มีมูลค่าเสียหายรวม 1.3 แสนล้านบาท
โดยบีอีเอ็มเสนอแลกค่าชดเชยด้วยการขยายสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ออกไปอีก 37 ปี จากที่จะหมดอายุในปี 63 ซึ่งล่าช้ามานานแต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เนื่องการสหภาพกทพ. มีการคัดค้านการขยายสัมปทานทางด่วน ทำให้ล่าสุดไม่สามารถเสนอกระทรวงคมนาคม และครม. พิจารณาได้
นอกจากนี้ยังมีความล่าช้าในโครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(ทีเอฟเอฟ)
สำหรับ นายสุชาติ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทพ.ตั้งแต่เดือน ต.ค.2561 ถือเป็นผู้ว่าฯกทพ.คนที่2 ที่ถูกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยคนแรก คือ นายณรงค์ เขียดเดช โดยมีคำสั่งโยกย้ายเมื่อเดือนก.ค. 2560