ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความระบุว่า "ผมคิดว่าจีนคงรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างรุนแรงในการเจรจา เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาอาจรอไปจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2020 เพื่อเสี่ยงว่าจะได้ผู้นำจากพรรคเดโมแครตหรือไม่ และขูดรีดสหรัฐฯต่อไปอีกปีละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัญหาเดียวคือ จีนรู้ดีว่าผมจะชนะ และข้อตกลงจะยิ่งเลวร้ายลง หากจะต้องเจรจากันในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของผม"
ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังการเจรจาระยะเวลา 2 วัน ระหว่างคณะผู้แทนระดับสูงของจีนและสหรัฐฯ สิ้นสุดลงโดยปราศจากการบรรลุข้อตกลงการค้า หลังสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับ 10% เป็น 25% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนทรัมป์จะประกาศคำสั่งใหม่ให้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่เหลือเกือบทั้งหมด มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความวิตกกังวลของหลายฝ่ายที่มองว่าข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองประเทศจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลก
กระทรวงพาณิชย์ของจีนชี้แจงว่า อาจจะใช้มาตรการที่จำเป็นในการตอบโต้การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าดังกล่าว แต่หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ผ่านความร่วมมือและการเจรจา โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนเจรจาฝั่งจีน เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายจะพบหารือกันอีกครั้งที่กรุงปักกิ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่แน่ชัด สอดคล้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศจะยังคงเดินหน้าต่อไป พร้อมยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนยังคงแนบแน่นดังเดิม