ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุเรียนหมอนทอง คุณภาพสำหรับการส่งออก จากสวนของเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรี กำลังถูกคัดไซส์ที่โรงคัดบรรจุ หรือ ล้ง เพื่อเลือกคุณภาพผลผลิตที่ดีที่สุด คือ เกรดเอ ถึงบี เพื่อเตรียมส่งออก แต่ก่อนจะมีการแพ็กลงกล่อง ทุเรียนทุกลูก จะถูกป้ายสารควบคุมความสุกของผลไม้ เพื่อให้พร้อมทานที่ปลายทางในเวลาที่ตรงกัน โดยปี 2561 ที่ผ่านมาส่งออกไปปลายทาง คือ จีน เป็นอันดับหนึ่ง
โดยหนึ่งในเกษตรกรตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ผู้ที่มีประสบการณ์ทำสวนทุเรียนกว่า 20 ปี เปิดเผยว่า แม้ตอนนี้การรับซื้อทุเรียนส่งออกจะสูงแตะ 150 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่เกษตรกร ต่างรู้ดีคือ ผลผลิตกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของไทยที่ผลิตเพื่อส่งออกต้องพึ่งพาจีนเป็นตลาดหลัก จึงถือว่าอยู่ภาวะที่เสี่ยง หากตลาดจีนเกิดปัญหาในอนาคต
ขณะที่ นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน สะท้อนอีกเรื่องที่สำคัญ คือ การตระหนักเรื่องทำทุเรียนมาตรฐานส่งออก ผ่านระบบจัดการคุณภาพ Good Agricultural Practice หรือ GAP เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องการพบศัตรูพืชต้องห้ามจะไม่ถูกแก้ และอาจโยงมาถึงปัญหาความมั่นใจในผลผลิต และ ภายใน 2-3 ปีหน้า ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ การเริ่มเจรจาหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ จึงเป็น โจทย์ใหญ่ของภาครัฐ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามการค้าจีน-สหรัฐอเมริกา ที่อาจกระทบเศรษฐกิจจีน ทำให้ต้องเร่งผลักดันหาตลาดใหม่อย่างอินเดีย เพื่อบริหารความเสี่ยง
ผู้ส่งออก กล่าวต่อว่า ประเทศคู่แข่งตลาดทุเรียน มีทั้งมาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงกัมพูชา ก็เป็นประเทศใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะนายทุนจีนเริ่มหาโอกาสในการลงทุนในประเทศใหม่แล้ว
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
มาสิรี กล่อมแก้ว รายงาน