รมว.พลังงานสั่งสอบ นำเข้า “แคลเซียมไฮโปรคลอไรต์” มากผิดปกติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รมว.พลังงาน สั่งเร่งสอบนำเข้า “แคลเซียมไฮโปรคลอไรต์” มากผิดปกติ แถมไม่แจ้ง เรียกลูกเรือซักเข้มบนเรือ แต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารเคมีที่แหลมฉบัง และต่อมาพบว่า เป็รสารแคลเซียมไฮโปรคลอไรต์ ที่ไม่ยอมสำแดงว่าเป็นสารเคมีอันตราย  ล่าสุดนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ ท่าเรือแหลมฉบังโดยมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและบรรยานสถานการณ์

 

โดยนายไพรินทร์เปิดเผยว่า  ชัดแล้วว่าสาเหตุเกิดจากสารเคมีอันตราย คือ แคลเซียมไฮโปรคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารเคมีฟอกขาวมากถึง 13 ตู้ แต่ไม่ได้มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง และเจ้าของสินค้าไม่ได้สำแดงว่าเป็นสารอันตราย ทำให้ไม่มีใครทราบว่ามีการเคมีอันตรายอยู่บนเรือลำดังกล่าว โดยขณะนี้จะต้องตรวจสอบว่าสินค้าดังกล่าว ถึงแม้เป็นสินค้าผ่านท่า แต่ถ้าเป็นสินค้าอันตราย ควรจะต้องแจ้ง  ทั้งนี้เรือดังกล่าวจะมีการส่งต่อไปท่าเรือบริษัทยูนิไทยฯ จ.สมุทรปราการ แต่มาเกิดระเบิดเสียก่อน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเพื่อสืบหาความจริงว่าทำไม สารเคมีดังกล่าวจึงเกิดระเบิดได้ โดยการระเบิดครั้งนี้มีความรุนแรงอย่างมาก ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ 1 ใบ กระเด็นตกทะเล

“สำหรับขั้นตอนการขนส่งสินค้านั้น โดยถ้าเป็นสินค้าทั่วไป หากลงท่าไหนก็ต้องแจ้งท่าเรือนั้น แต่ถ้าเป็นสินค้าอันตราย ถ้าไม่แจ้งมายังต้นทาง ก็ถือว่าเป็นความผิดแล้ว เพราะถ้าแจ้งอย่างถูกต้องการวางตู้สินค้าก็จะไม่เหมือนกัน แต่ในครั้งนี้สินค้าอันตรายกลับไปวางไว้ใต้ระวางเรือ ซึ่งตามปกติแล้วจะต้องวางอยู่ด้านบนเท่านั้น” นายไพรรินทร์กล่าว

 

นายไพรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบแล้วว่า เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีน และใช้สายเดินเรือจากประเทศเกาหลี มาที่ท่าเรือ A2 โดยจำนวน 13 ตู้คอนเทนเนอร์ จะไปลงที่ท่าเรือบริษัทยูนิไทย จ.สมุทรปราการ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะนำสารดังกล่าวไปใช้ทำอะไร แต่ตามปกติแล้ว สารแคลเซียมไฮโปรคลอไลน์นั้น เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมฟอกขาว โดยในครั้งนี้มีการนำเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่า 300 ตัน ซึ่งถือว่ามากผิดปติ ดังนั้นจะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าผู้นำเข้าและผู้ส่งสินค้า เป็นใครและนำไปใช้ทำอะไร ในปริมาณที่มากขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์นี้ สายเรือเป็นผู้นำส่งสินค้า ดังนั้นสายเรือจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขณะนี้ทราบว่าทางประกันภัยของสายเรือได้เข้ามาดำเนินการแล้ว ซึ่งความเสียหายนั้น เกิดขึ้นกับสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังพบมีความเสียหายต่อสินค้าที่อยู่ในรัศมีระเบิดและรถยนต์ที่เตรียมส่งออกหลาย 100 คัน ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

พบสารเคมีท่าเรือแหลมฉบังเป็นด่าง สวนทางผลตรวจรัฐ

ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง เผยว่า สำหรับ ความคืบหน้าของคดี ขณะนี้ได้กักตัวกัปตันและลูกเรือชาวเกาหลีใต้ทั้งหมดไว้บนเรือที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เนื่องจากต้องรอ พยานหลักฐานจากทุกหน่วยงาน รวมทั้งทางกองพิสูจน์หลักฐาน มาเก็บรายละเอียดบนเรือ ซึ่งขณะนี้อยู่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 100 ปาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ