เมื่อวันที่ (31 พ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นท่าทีของพล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ที่ยืนยันว่า ภาพการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมปฏิวัติเป็นเพียงกระแสข่าวปล่อย ส่วนข้อครหาที่ว่า หวังผลทางการเมืองเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลและต่อรองทางการเมืองที่ยังไม่ลงตัวระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ หรือไม่ เรื่องนี้พล.อ.คงชีพ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเวลานี้การเมืองกลับเข้าสู่ระบบปกติเรียบร้อยแล้ว กองทัพจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้อง
สอดคล้องกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ยืนยันว่า ไม่มีการเตรียมการปฏิวัติรัฐประหาร พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาลว่าเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่
ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ ระหว่างลงพื้นที่พบชาวประมง ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกำหนดการครั้งนี้ทางพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า เป็นการทำงานการเมืองนอกสภาครั้งแรกอย่างเต็มตัวของนายธนาธร หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ชั่วคราว
โดยก่อนการพบปะคนพื้นที่นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปฏิวัติและภาพเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ ระบุว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเงื่อนไขเพียงพอให้เกิดการปฏิวัติ จึงเชื่อว่าเป็นเพียงการขู่ของผู้นำกองทัพ โดยหวังผลต่อพรรคการเมืองที่ยังเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ลงตัว แต่หากการปฏิวัติเกิดขึ้นจริง พรรคอนาคตใหม่ พร้อมออกมาต่อต้าน แต่ขอให้ประชาชนอย่ากังวลกับกระแสข่าวนี้ เพราะไม่มีทางเกิดขึ้นได้
ขณะที่ความเคลื่อนไหวต่อจุดยืน 7 พรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายธนาธรยืนยันว่า ยังมั่นใจว่าฝั่ง 7 พรรคมีโอกาสชนะในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมยอมรับว่ามีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยตลอดเวลา ภายในจุดยืนร่วมกันปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คน แสดงสปิริตทางการเมือง ไม่โหวตสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี