โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดแพร่ นำตัวนายวารุต รัตนสัจจกิจ จำเลยที่ 1 พร้อมทั้ง นายเปี้ย คำใส จำเลยที่ 2 และนายกิตติพงษ์ คำหวัน จำเลยที่ 3 และนายสีมา อุดพามูล อายุ 60 ปี ชาวบ้านแม่กะต๋อม ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ จำเลยที่ 4 ผู้ต้องหาคดีบงการฆ่านายอลัน สก็อต ฮ็อค และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ เพื่อฟังคำพิพากษา โดยมีญาติของผู้ต้องหาและญาติผู้ตายเดินทางมาร่วมฟังทั้ง 2 ฝ่าย
ศาลอ่านสำนวนประกอบคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 2 และ 3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้ประหารชีวิตทั้ง 3 คน ส่วนจำเลยที่ 4 มีความผิดสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้มีความผิดจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยที่ 4 ให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 25 ปี ซึ่งคดีนี้สร้างความสะเทือนขวัญประชาชน และเป็นการสังหารชาวต่างชาติสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ ถือว่ามีความผิดร้ายแรง ศาลจึงให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว
ส่วนทางแพ่งได้รับฟังข้อเท็จจริงจากคดีอาญาฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันฆ่าผู้อื่นจึงต้องใช้สินไหมทดแทนแก่ลูกสาวของผู้ตายจำนวน 644,255.20 บาท ในการใช้จ่ายพิธีศพและการเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อดำเนินคดีของบิดา ส่วนค่าที่จอดเรือยอช์ท ของผู้ตายไม่สามารถเรียกสินไหมทดแทนได้ประมาณ 60,000 บาทเศษ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับการก่อคดีในครั้งนี้ ศาลจึงยกคำร้อง
สำหรับคดีนี้ นายอรัน สก็อต ฮ็อค และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ หายไปจากบ้านพักเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ต่อมาตำรวจพบว่าทั้งคู่กลายเป็นศพ ถูกฝังริมลำธารห้วยกวางเน่าใกล้บ้านผู้ตาย จึงควบคุมตัวนายวารุต รัตนสัจจกิจ พี่ชายของนางหน็อต นายเปี้ยะ คำใส มือปืนผู้ลงมือสังหาร นายอลัน สก็อต ฮ็อค นายกิตติพงษ์ คำหวัน ผู้ร่วมกระทำผิด โดยเป็นคนจับกุมนางหน็อต ให้นายวารุต ใช้เครื่องมือช่างตีที่ศีรษะด้านหลังจนเสียชีวิต
จากนั้นทั้ง 3 คนช่วยกันอำพรางศพ โดยนำไปฝังลงหลุมที่เตรียม ก่อนแยกย้ายกันกลับ โดยนำรถยนต์ของนายอรัน สก็อต ฮ็อค ไปขายในตลาดมืด