โครงการเก็บขยะบนเทือกเขาหิมาลัย ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อ 45 วันก่อน ได้สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บขยะที่นักปีนเขาทิ้งไว้ได้ทั้งสิ้น มากกว่า 11,000 กิโลกรัม ขยะที่เก็บได้ส่วนใหญ่คือ กระป๋องอ็อกซิเจน ขวดน้ำพลาสติก กระป๋องใส่อาหาร ถ่านไฟฉาย รวมถึงสิ่งปฏิกูลต่างๆ ของมนุษย์
นอกจากขยะแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบร่างของนักปีนเขา 4 คน ที่พยายามพิชิตยอดเขา”เอเวอรสต์” แต่กลับต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ปีนี้ถือเป็นปีที่มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการปีนเทือกเขาหิมาลัยออกมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีมากถึง 11 คน รวมถึงภาพที่แสดงให้เห็นความแออัดของนักปีนเขา ที่รอขึ้นไปพิชิตยอดเขาที่สูงกว่า 8,800 เมตร แห่งนี้
ที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องให้ทางการเนปาล จำกัดจำนวนนักปีนเขาเพื่อความปลอดภัย แต่การลดจำนวนนักปีนเขา หมายถึงรายได้ของรัฐบาลที่ลดลงไปด้วยปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์ เพราะค่าใบอนุญาตปีนเขาเพียงอย่างเดียวก็สูงถึง 340,000 บาท และถ้ารวมค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว นักปีนเขา 1 คน ต้องใช้เงินในการปีนเขาถึง 1,400,000 บาท สร้างรายได้ให้กับรัฐบาลเนปาลปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท