ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกงัดศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในศูนย์ราชการและสวนสาธารณะติดสามแยกไฟแดง หน้าสำนักงานเทศบาลนครแม่สอด เขตเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก โดยเมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็ได้พบ ชะแลงยาวกว่า 1 เมตรตกอยู่ และพบรอยเท้าเปื้อนโคลนติดอยู่ฝาผนังติดกับหน้าต่างข้างศาล ขณะที่บริเวณหน้าต่างไม้แกะสลักร่องรอยการถูกงัดจนบานหน้าต่างแตกเสียหาย ซึ่งภายใน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองศ์รูปหล่อของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และมีตู้บริจาคซึ่งสร้างด้วยไม้ขนาดใหญ่ ถูกคนร้ายขโมยแล้วหลบหนีออกทางหน้าต่างหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลัง พร้อมฝ่ายสืบสวนกองร้อย อส.อำเภอแม่สอด เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยกู้ชีพกำลังมากกว่า 50 นาย กระจายกำลังกันออกติดตามสืบสวนหาตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่ายังคงหลบหนีไปได้ไม่ไกล จนเวลาผ่านไปไม่นานนัก ตำรวจจราจรที่ยืนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบนถนนเฉลิมเทพ เส้นทางลัดไปชายแดนไทย-เมียนมา ได้พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ที่ขับด้วยความเร็วสูง มีชายวัยรุ่นขับบี่ ซ้อนอัดกันมา 3 คน โดยไม่สวมหมวกนิรภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจใบขับขี่ แต่ทั้ง 3 กลับจอดรถแล้วทิ้งรถวิ่งหนีเข้าป่ารกทึบข้างทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งตามจับได้ทันควัน 1 คน ส่วนวัยรุ่นชายอีก 2 คนวิ่งเข้าไปในป่าหนามพื้นที่กว้าง 50 ไร่ จึงวิทยุขอกำลังจากทุกฝ่ายเข้ามาเสริม เพื่อปิดล้อมทุกซอกทุกมุมเพื่อค้นหาตัวคนร้าย
(ขอบคุณภาพ manager online)
กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 2 ชั่วโมง คนร้ายทั้ง 2 ซึ่งหลบซ่อนตัวในโคลน และบาดเจ็บถูกหนามทิ่มแทงไปทั่วร่างกายท่ามกลางแดดร้อนจัด และต้องนอนแช่น้ำจนถูกปลิงดูด ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว ต้องยอมจำนนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ทั้งหมด ตรวจสอบใต้เบาะรถพบเงินสดที่ขโมยมาส่วนหนึ่ง และซุกซ่อนติดตัวอีกส่วนหนึ่งด้วย
เบื้องต้นพบว่า คนร้ายทั้ง 3 คน เป็นสมาชิกแก๊งระเบิดหู อายุเพียง 16 ปี และล้วนเป็นคนต่างด้าว แต่พูดภาษาไทยได้ ยอมรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุงัดศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในช่วงฝนตกหนักกลางดึกคืนที่ผ่านมาจริง ได้เงินจากตู้บริจาคไปหมื่นกว่าบาท และได้แบ่งเงินเป็นสามส่วน แต่ต้องถูกจับเนื่องจากไม่สวมหมวกนิรภัยในระหว่างขับรถหลบหนีไปทางชายแดน