นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยหลังการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากร ครบรอบ 145 ปี ระบุว่า หลังจากสนธิสัญญาบาร์เซล เพิ่มความเข้มงวดของชนิดขยะที่สามารถนำเข้าส่งออกระหว่างกันได้ ทำให้หลายประเทศอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนจุดหมายในการส่งออกมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน ทำให้ยอดการนำเข้าเศษพลาสติกและขยันอิเล็กทรอนิกส์มาในประเทศไทยช่วงปี 2561 สูงถึง 623,000 ตัน ซึ่งทางกรมศุลกากรยอมรับว่าความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศยังมีอยู่ และอาจมีการลักลอบนำขยะเข้ามา จึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยสั่งการให้ตรวจสอบขยายผลอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกด่านเข้มงวดในการตรวจสอบของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก และกรณีที่ตรวจพบให้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการทันที
หากรวมปริมาณนำเข้าตั้งแต่ปี 2558-2562 พบว่ามีการนำเข้ามาถึง 1 ล้าน 2 แสนตัน ทั้งนี้การจับกุมลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2562 สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 103 คดี คิดเป็นมูลค่า 17.5 ล้านบาท