นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมอนแทนาของสหรัฐอเมริกา รวบรวมข้อมูลจากผลการสำรวจสุขภาพนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 1 ล้าน 4 แสนคนระหว่างปี 1993 จนถึงปี 2017 พบว่า ในขณะที่การใช้ยาเสพติดในกลุ่มคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ แต่การใช้กัญชาของวัยรุ่นลดลงเกือบ 10% ในรัฐที่มีการอนุญาตให้บริโภคและซื้อขายกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย
ดร.มาร์ค แอนเดอร์สัน ผู้เขียนวิจัยนำในบทความ ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ สาขากุมารเวชศาสตร์ เปิดเผยว่า ถือเป็นเรื่องยากสำหรับวัยรุ่นอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะซื้อกัญชาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาต ซึ่งสามารถอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้การใช้กัญชาในหมู่วัยรุ่นลดลงได้บางส่วน นอกจากนี้ กัญชาที่ขายในร้านขายยายังมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ไม่พบอัตราการใช้ลดลงในรัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการศึกษาก่อนหน้านี้ ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งพบว่า การใช้กัญชาในหมู่วัยรุ่นในกรุงวอชิงตันดีซีลดลง หลังจากที่รัฐผ่านกฎหมายกัญชาในปี 2012 แต่ยังขัดแย้งกับผลวิจัยจากโคโลราโดที่พบว่า จำนวนนักเรียนมัธยมที่ใช้กัญชาไม่เปลี่ยนแปลง แม้รัฐจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการตั้งแต่ปี 2014
ปัจจุบัน สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมายด้วยกันทั้งสิ้น 33 รัฐ ในจำนวนนี้มี 23 รัฐที่ใช้กัญชาทางการแพทย์ ส่วนอีก 10 รัฐ สามารถใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการได้ แต่กัญชายังถือเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมายสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีทั่วประเทศ