รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับร่างนโยบายรัฐบาลนั้นมีทั้งหมด 41 หน้า ที่รวบรวมนโยบายจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค โดยมีนโยบายเร่งด่วน 1 ปี กับ 4 ปี เร่งด่วนครอบคลุม4ด้าน ได้แก่ แก้ปัญหาปากท้อง,แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ,การสร้างอนาคตให้ประชาชน และการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า
โดยนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีใน 1 ปีแรก คือ 1.นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ จะต้องสานต่อในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) ซึ่งต้องทำให้เหมาะสมและเป็นธรรม นโยบายมารดาประชารัฐ นโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ และค่าแรงขั้นต่ำ 2.นโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว อาทิ การแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร การส่งออกสินค้าทางการเกษตร และการทำอุโมงค์ส่งน้ำจากภาคเหนือไปยังภาคอีสาน เป็นต้น
ทั้งนี้ในระหว่างการจัดทำร่างนโยบายนั้น ได้มีความพยายามกดดันอย่างหนักจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นเงื่อนไขในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญภายใน 1 ปีแรกของรัฐบาลเข้ามา ซึ่งตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาล มองว่าเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องทำคือการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และไม่ต้องการให้มีการเงื่อนไขความขัดแย้ง เพราะจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน พรรคร่วมรัฐบาลจึงเห็นพ้องกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่วาระสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
อนาคตใหม่ พร้อมลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน และควรรับฟังความเห็นจากประชาชน อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านการทำประชามติ และเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาไม่กี่เดือน พรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายค้าน ตั้งธงที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ และพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเสียงคะแนนนิยม หากมัวแต่เล่นเกมการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะสูญพันธุ์ได้ พรรคร่วมรัฐบาลจึงเห็นว่าควรบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน
อย่างไรตามหากมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาลจะตกหลุมพรางฝ่านค้าน เพราะฝ่ายค้านและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะได้ประโยชน์ในกรณีของคดีห้าม ส.ส.ถือหุ้นกิจการสื่อ ที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อไทย ถกวิป 7 พรรคฝ่ายค้าน จ่อซักฟอก “บิ๊กตู่” วันแถลงนโยบาย รบ.