นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายรัฐมนตรี นำคณะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 เพื่อดูห้องทำงาน ช่วงหนึ่งนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ว่า ข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยประกาศไว้ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ได้รับการตอบรับจากนายกรัฐมนตรีและแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้รับการบรรจุไว้เป็นวาระเร่งด่วน ต้องดำเนินภายใน 1 ปี และในร่างนโยบายกำหนดไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายจุรินทร์ มองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเริ่มจากหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากปัจจุบันการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ต้องมีเสียงจากพรรคฝ่ายค้าน และ วุฒิสภาด้วย ซึ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก โดยการที่สามารถบรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในร่างนโยบายของรัฐบาล ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้การดำเนินการทำได้ง่ายขึ้น
แม้นายจุรินทร์และรัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์จะพูดตรงกันในเรื่องนี้ แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง รัฐมนตรีคนอื่นๆ ระบุว่า ในร่างนโยบาลรัฐบาลกำหนดเพียงว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายเป็นวาระเร่งด่วน แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่ากฎหมายดังกล่าวหมายถึงรัฐธรรมนูญหรือไม่
ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์ 9 นาฬิกา 9 นาที สักการะสิ่งศึกดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และให้โอวาทกับคณะผู้บริหาร ก่อนให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า จะสานต่อนโยบายรัฐบาลเดิม โดยเฉพาะการยกระดับและพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานได้มากขึ้น ส่วนนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่อเป็น 400 - 425 บาท เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ แต่การพิจารณาต้องเป็นไปตามกลไกของคณะกรรมการค่าจ้าง 3 ฝ่าย หรือ ไตรภาคีก่อนที่มีนายจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้ถือว่ามีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
ม.ร.ว.จัตุมงคล ยอมรับว่า ข้อสรุปของคณะกรรมการไตรภาคีอาจไม่ทันต่อการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ และไม่กังวลหากถูกฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายโจมตีข้อตกลงที่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ ใช้หาเสียงไว้
ด้าน นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย เห็นด้วยหากรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วน แต่ควรมีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการรองรับผลกระทบทั้งการเลิกจ้างและค่าครองชีพที่อาจจะสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับฐานค่าแรงขึ้นต่ำก็ควรพิจารณาในเรื่ืองของอายุงานแรงงานด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเหลื่ือมล้ำระหว่างแรงงานใหม่ กับแรงงานเก่า
อีกกระทรวงที่รัฐมนตรีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเริ่มต้นเข้าทำงานแล้ว คือ กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายอุตตม ยืนยันว่า ไม่หนักใจกับการรับตำแหน่ง และหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จ จะมีมาตรการกระตุ้มเศรษฐกิจออกมาเป็นแพกเกจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่วนมาตรลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10 เปอร์เซ็นต์ จะต้องดูรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อน