หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้ปริมาณน้ำดิบในลำน้ำชีลดลงอย่างต่อเนื่อง ลดลงประมาณวันละ 5 -7 เซนติเมตร ส่งผลกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปาทำให้เครื่องสูบดิบ ของสถานีผลิตน้ำท่าพระ สูบน้ำได้น้อยลงจากเดิม 1900 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เหลือประมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ทำให้น้ำไหลอ่อนถึงไม่ไหลในพื้นที่ ต.ท่าพระ บ้านเป็ด ,บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยการประปาส่วนภูมิภาค กำลังเร่งแก้ไขปัญหา และปรับการสูบจ่ายเสริมแรงดันน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนแจกจ่ายน้ำประชาชนสามารถนำภาชนะมาขอรับน้ำประปา เพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภคโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ได้ที่สถานีจ่ายน้ำหนองแวงเมืองเก่า ได้ทุกวัน เวลา 06.00 - 21.00 น. และขอความร่วมมือใช้น้ำประปาเท่าที่จำเป็น เตรียมภาชนะสำรองน้ำ เพราะจะมีรถบรรทุกน้ำประปาแจกจ่ายตามบ้านเรือนประชาชน ในวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม นี้ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำใช้การติดลบ เหลือปริมาณน้ำประมาณ500 ล้านลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ยังเพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา ไปไม่น้อยกว่า 3 เดือน
ส่วนที่จ.ลพบุรีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางโดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงลพบุรี ปรับแผนปฏิบัติการเพิ่มอากาศยาน ขึ้นทำฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำให้แก่เขื่อนป่าสักชลลิทธิ์ หลังปริมาณน้ำเหลือน้อย ไม่ถึงร้อยละ 5 ของความจุ น้อยกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าทุกปี ปริมาณน้ำในเขื่อนวันนี้ อยู่ที่ 45.28 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 4.72 จากปริมาณเก็บกักสูงสุดที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตรทำให้เขื่อนป่าสักฯ ต้องลดการระบายน้ำ จากเดิม วันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เหลือเพียงวันละ 70,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเพื่อบริหารจัดการน้ำ
สำหรับการรักษาระบบนิเวศน์ ท้ายน้ำและสามารถรองรับการใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดไปให้ได้ตลอดส.ค.นี้โดยทางสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ประชาสัมพันธ์ ขอให้เกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ ชะลอการเพาะปลูกพืชไร่ และนาข้าวออกไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง จากความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร จากปัจจัยการขาดแคลนน้ำไว้ด้วย
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงลพบุรี จะเพิ่มรอบการทำฝนหลวง โดยนำอากาศยาน เครื่องบินลำเลียงแบบ Casa (คาซ่า) 2 ลำ มาใช้ในการปฏิบัติงานแทน อากาศยานชุดเดิม เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า สามารถบรรทุก สารฝนหลวง ได้ลำละ 1 ตัน 2 เที่ยวบิน รวม 4 ตัน ขึ้นปฎิบัติการเติมสารฝนหลวงใส่กลุ่มเมฆขนาดใหญ่ ที่ระดับความสูง ตั้งแต่ 6,000 ฟุต ถึง 8,000 ฟุต เหนือท้องฟ้าในพื้นที่ รอยต่อระหว่างจ.ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำให้แก่อ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่จ.ลพบุรี และเขื่อนป่าสักชลลิทธิ์