ครอบครัวของนายชนาธิป เปี่ยมอยู่ หรือ มอส อายุ 17 ปี นักศึกษาปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ เดินทางเข้ารับศพที่นิติเวชศาสตร์โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากเสียเลือดมาก เนื่องจากกระสุนปืนเข้าปอดและหัวใจ
น.ส.สุกัญญา นาคน้อย แม่ของผู้เสียชีวิตเล่าว่าลูกชายเพิ่งเข้าเรียนเป็นเทอมแรก โดยลูกชายเลือกเรียนที่นี่เพราะเชื่อว่าเป็นสถาบันที่ไม่น่าจะมีความขัดแย้งกับที่อื่น ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีปัญหากับใคร และเป็นคนระมัดระวังตัวไม่เข้าไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยง
สำหรับศพนายชนาธิปจะตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ยังไม่กำหนดฌาปนกิจ
ความคืบหน้าการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ วันนี้ พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือ ซึ่งนำภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุมาวิเคราะห์ด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ บอกว่าขณะนี้สอบปากคำพยานแล้วหลายปาก ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานอีก 2 วัน คาดว่าจะออกหมายจับได้อย่างน้อย 2 คน // ขณะนี้ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล แต่เชื่อว่าเจตนามาทำร้ายแน่นอน ส่วนจะยิงผิดตัวหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
ข้อมูลของผู้ก่อเหตุว่ามีถึง 30 คนหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ เพราะผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก แต่บางคนสามารถดำเนินการแล้วพิสูจน์ทราบตัวบุคคลแล้ว เท่าที่ทราบมีผู้ใช้อาวุธปืนมากกว่า 1 คน และอาจจะมีมากกว่านั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ ขอเวลาให้ชุดคลี่คลายทำงานสักระยะหนึ่ง
พร้อมทั้งยังระบุว่าการทะเลาะวิวาทกันของกลุ่มนักเรียนช่าง หากไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็คงไม่มีอะไร แต่ที่เป็นปัญหาเพราะเวลาทะเลาะวิวาทมักมีลูกหลงหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
"จะทะเลาะกันตีกันก็ไม่เป็นไร สองสถาบันจะตีกันหรืออย่างไร ก็นัดกันไปยิงกันซะเลยดีกว่า ผมเกรงว่าจะพลาดไปยิงคนอื่น” พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ ระบุ
สำหรับมาตรการป้องกัน จะเข้มงวดเรื่องการออกตรวจ แต่ต้องยอมรับว่ากำลังตำรวจมีน้อย จึงอยากจะขอความร่วมมือทุกสถาบันในเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามสถาบันทุกแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าออกสถาบัน ซึ่งจะช่วย เรื่องการเฝ้าระวังการเกิดเหตุรวมไปถึงการติดตามภายหลังการเกิดเหตุได้.