ช่วงแรกของการแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ต่อที่ประชุมรัฐสภาก็มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นประท้วงหลายคน ประเด็นการประท้วงพุ่งตรงไปที่การปฏิบัติตัวนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการอ่านคำแถลง ไม่ใช่อภิปรายการใช้มือไม้ การชี้นิ้ว รวมทั้งการอ่านเนื้อหาข้ามไปข้ามา ข้ามหน้า และเมื่อมี ส.ส.ยกมือประท้วง พลเอกประยุทธ์ก็พูดตอบซึ่งเรียกเสียงฮือฮาในที่ประชุมอยู่หลายต่อหลายครั้ง
แต่ก็ใช่ว่าจะเรียกเสียงฮือฮาอย่างเดียว เพราะหลายครั้งนายกรัฐมนตรีก็ขึงขังเอาจริงเอาจังในการชี้แจงและตอบคำถามสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง และเศรษฐกิจ
นายกฯโต้ปมไฟใต้ ลั่น ถ้าจนท.ผิดไปหาหลักฐานมาอย่าพูดลอยๆ
อย่างไรก็ตามบรรยากาศเริ่มดุเดือดขึ้นช่วงดึกวานนี้ ที่ประชุมรัฐสภาเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นอภิปราย และได้อ้างคำพูดชาวบ้านมาพูดในที่ประชุมกล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง และพาดพิงถึง พลเอกประยุทธ์โดยตรง ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน รวมทั้งวุฒิสมาชิก ลุกขึ้นประท้วงกันวุ่นวาย โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมรัฐสภา ขอให้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูดที่ว่าโกงเลือกตั้ง แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ยังยืนยันไม่ถอน จึงทำให้มีการลุกขึ้นประท้วงและขอพักการประชุมกันวุ่นวาย
ระหว่างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นพูดอย่างมีอารมณ์กับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์โดยไม่ขออนุญาตประธานหลังพูดเสร็จก็เดินออกจากที่ประชุมทันที
สภาประท้วงวุ่น ให้ “ประยุทธ์” อ่านคำแถลงนโยบาย
นายกฯแถลงนโยบาย ยอมรับรายได้รัฐมีจำกัด เล็งพัฒนาระบบจัดเก็บภาษี
หลังจากนายกรัฐมนตรีพูดจบก็เดินออกจากที่ประชุมทันที ส่วนนายพรเพชร ได้สั่งพักการประชุม 10 นาที ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ด้วยการใช้ค้อนของประธานเป็นครั้งแรกของรัฐสภาสมัยนี้
ต่อมาเมื่อกลับเข้าประชุมกันอีกครั้ง นายพรเพชร ได้วินิจฉัย ให้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด โดยเฉพาะคำว่า หน้าด้าน แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่าพูดคำไหนคำนั้น ไม่ถอน เพราะ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านเขาพูดกัน ตนไม่ได้พูดเอง เพียงแค่เอามาเล่าสู่กันฟัง ทำให้นายพรเพชร ยืนยันให้ถอน เพราะเป็นการเอาคำพูดคนอื่นมาพูด เสมือนเป็นคำพูดตนเอง แต่เมื่อ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ไม่ยอม นายพรเพชร จึงได้สั่งให้ออกจากห้องประชุม ทำให้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เดินออกพร้อม ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย