ปตท.สผ.เผยกำไรครึ่งปี’62 พุ่ง 54% - อนุมัติจ่ายปันผลทันที 2.25 บาท/หุ้น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปตท.สผ. แจ้งกำไรครึ่งแรกปี2562 เพิ่มเป็น 26,163 ล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ 54 ผลจากการถือหุ้นแหล่งบงกชเพิ่ม และมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเพิ่ม 326,971 บาร์เรล/วัน ขณะที่ราคาขายเพิ่มขึ้น 47.26 ดอลลาร์/บาร์เรล ด้านคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 2.25 บาท

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.62) นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) กล่าวว่า บริษัทมีรายได้รวมในครึ่งปีแรก จำนวน 3,001 ล้านดอลลาร์  (ประมาณ 94,830 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จาก 2,562 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 81,343 ล้านบาท) ในช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 326,971 บาร์เรล เทียบเท่ากับน้ำมันดิบต่อวันจาก 297,999 บาร์เรลเทียบเท่ากับน้ำมันดิบต่อวันในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเติมในแหล่งบงกช ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 47.26 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 45.51 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในช่วงเดียวกันของปี 2561

โดยส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี 2562 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 827 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 26,163 ล้านบาท) สูงขึ้นร้อยละ 54 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 536 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16,971 ล้านบาท) ในขณะที่ต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 30.24 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรลประมาณน้ำมันดิบ ซึ่งอยู่ในระดับที่บริษัทคาดการณ์ไว้ ส่วนผลประกอบการของไตรมาส 2 ปี 2562 นั้น ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 433 ล้านดอลลาร์  (ประมาณ 13,684 ล้านบาท) จาก 113 ล้านดอลลาร์  (ประมาณ 3,590 ล้านบาท) ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักจากปัจจัยบวกจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้มีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (non-recurring items) รวม 44 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับการรับรู้ขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติรวม 223 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 2 ปี 2561 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง

ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. งวด 6 เดือนแรกปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 2.25 บาท โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 สิงหาคม 2562

นายพงศธร กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการเมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทรับรู้ปริมาณขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 48,000 บาร์เรลประมาณน้ำมันดิบต่อวันในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณการขายเฉลี่ยเป็นไปตามเป้าหมายของปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 345,000 บาร์เรลประมาณน้ำมันดิบต่อวัน

“แผนงานจากนี้ไป ปตท.สผ. จะให้ความสำคัญกับเปลี่ยนผ่านสิทธิการดำเนินการ (Transition of Operations) ให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยในส่วนโครงการที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการของเมอร์ฟี่ฯ ในประเทศมาเลเซียนั้น บริษัทได้ตั้งทีมงานขึ้นโดยเฉพาะเพื่อดูแลเกี่ยวกับการโอนการดำเนินงาน สำหรับ แปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) และแปลง G2/61 (แหล่งบงกช) ซึ่ง ปตท.สผ. ชนะการประมูลนั้น อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ดำเนินการปัจจุบันของแปลง G1/61 เรื่องการประสานงานเพื่อเข้าพื้นที่ภายในปีนี้ เพื่อให้ ปตท.สผ. สามารถวางแผนการลงทุนล่วงหน้า เช่น การติดตั้งแท่นและหลุมเจาะที่จะใช้ในปี 2565 เมื่อบริษัทเข้าเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในประเทศได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง” นายพงศธร กล่าว
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

กินข้าวบ้านแคน

กินข้าวบ้านแคน

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ