วันนี้ (30 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท่าเรือผ่านแดนไทย - สปป.ลาว อำเภอเชียงแสน เป็น 1 ใน 3 จุด ที่คาดการณ์ว่าเป็นจุดที่นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ ประธานสมาคมส่งออกสัตว์เชียงแสน นักธุรกิจชาวไทยที่ถูกจับตัว และถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนมีคลิปภาพ และข้อความส่งให้ครอบครัว ให้โอนเงินจำนวน 5 ล้านบาท ในพื้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะเดินทางข้ามกลับไทย หลังมีข่าวว่าทางการลาวพบตัวนักธุรกิจคนดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบสวน และพาตัวไปตรวจร่างกาย ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทย
โดยผู้สื่อข่าวพีพีทีวี สอบถาม พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่เดินทางไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวที่อำเภอเชียงแสน โดยระบุว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างการรอรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา ที่เดินทางไปประสานกับทางการลาวตั้งแต่เมื่อวานนี้ (29 ก.ค.62)
ล่าสุดมีรายงานว่า หลังเกิดเหตุทางการลาว ได้ควบคุมตัวนายสะหวาด สัญชาติลาว คนขับรถ และ เพื่อนนักธุรกิจชาวจีน ที่นั่งรถไปด้วย ก่อนถูกควบคุมตัว ไปสอบปากคำขยายผล จนพบความเคลื่อนไหว และเข้าช่วยเหลือ
ด้านนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ระบุว่า หากนายสิงห์แก้ว เดินทางกลับไทย จะเดินทางมายังจุดที่ถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่อำเภอเชียงแสน คือ 1.จุดสามแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน 2.จุดผ่านแดนถาวร อำเภอเชียงแสน ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการ อำเภอเชียงแสน และจุดผ่านแดนถาวร อำเภอเชียงของ ตรงสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ส่วนประเด็นการจับตัวนั้นเป็นเรื่องการทำธุรกิจการค้าชายแดน แต่รายละเอียด ต้องรอให้นายสิงห์แก้ว กลับมาก่อน
นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปกติการทำการค้าชายแดนจะเป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าของแต่ละประเทศที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและมีความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นที่จะอุ้มหรือลักพาตัวเรียกค่าไถ่ อาจจะมีติดค้างหรือจ่ายค่างวดช้าบ้างแต่ก็สามารถตกลงกันได้ เบื้องต้นความสัมพันธ์ธุรกิจคู่ค้า 4 ประเทศลุ่มน้ำโขง คือไทย ลาว จีน และเมียนมา หอการค้าจะดูแลตรวจสอบ ส่วนกรณีของนายสิงห์แก้ว นั้นไม่ได้เป็นสมาชิกของทางหอการค้า และคาดว่าเป็นการติดต่อกันเอง