พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึง ความคืบหน้าการช่วยเหลือ นักธุรกิจชาวไทยที่ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ยังประเทศลาว ว่า ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน ได้ร่วมประชุมกับนายอำเภอเชียงแสน และญาติของนักธุรกิจชาวไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ได้ให้ข้อมูลว่ายังไม่พบ จุดที่ควบคุมตัวนักธุรกิจไว้
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เชียงแสน พร้อมด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน และฝ่ายปกครองอำเภอเชียงแสน ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่สปป.ลาว ให้อำนวยความสะดวก ในการจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย พาญาติของนักธุรกิจที่หายตัวไปลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อสอบถามข้อมูล ต่างๆ เกี่ยวกับการถูกลักพาตัว และแรงจูงใจ ในการลักพาตัวครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีเอาไว้แล้ว 2 คน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมตัวไปสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับการอุ้มเรียกค่าไถ่ดังกล่าวหรือไม่
โดยก่อนหน้านี้นักธุรกิจชาวไทยที่ถูกคนร้ายลักพาตัว ได้ไปลงทุนด้านการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ในฝั่ง สปป.ลาว โดยร่วมลงทุนกับนักธุรกิจชาวจีนอีก 2 คน ก่อนหายตัวไปได้มีการนัดหมายเจรจาธุรกิจกันที่ฝั่ง สปป.ลาว จึงเดินทางออกจากจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ข้ามแม่น้ำโขงไปยังโครงการคิงส์โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำที่เป็นแหล่งลงทุนของนักธุรกิจจีนในเมืองต้นผึ้ง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมและช่วงบ่ายก็ปรากฎคลิปและข้อความเรียกค่าไถ่ไปถึงโทรศัพท์มือถือของญาติดังกล่าว
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการกำชับไปยัง กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน บูรณากับฝ่ายปกครอง ทหาร อย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือ ติดตาม ค้นหาและประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว อีกทั้ง ยังสั่งให้เร่งสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็ว