ล่าสุด นายไชยกร โพดสูงเนิน หรือ ขวัญ ได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถและได้รับลุงเคนออกไปเอง ซึ่ง นายไชยกร กล่าวว่า ก่อนหน้าเคยเห็นลุงหรือตาเคนขายโจ๊ก ตนเคยอุดหนุน จากนั้นมาทราบข่าวว่าตาเคนมีชีวิตลำบาก จึงได้มาหาคุณตาที่บ้าน เพื่อจะเอารถเข็นมาให้ ในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 17.27 น. ต่อมา เวลา 18.30 น. ได้ขับรถมาส่งคุณตา ส่วนหลังจากนั้นคุณตาจะไปไหน ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นญาติและไม่มีเบอร์ติดต่อกัน
นายไชยกร กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่ขับรถไป ตาเคนได้เล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง ว่า มีคนบริจาคเงินมาให้เยอะมาก จึงต้องรีบนำเงินไปรักษา เพราะว่าตอนนี้ตาเริ่มมองไม่เห็นแล้ว ตนจึงให้เงิน 200 บาท เป็นค่ารถ แล้วคุณตาก็ขอบคุณตนที่เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนเรื่องที่คุณตากุเรื่องขึ้นมาเพื่อรับเงินบริจาคจะเป็นจริงหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะระหว่างที่คุยกันคุณตาก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะกะล่อนเลย
นายไชยกร กล่าวอีกว่า เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าการหายตัวไปของคุณตาว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง จึงได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ดินแดง ไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ หลังจากที่มีประเด็นดราม่า น.ส.พิศมัย เรืองศิลป์ รักษาการผู้อำนวยการเขตราชเทวี ได้ลงพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ และพบว่าลุงได้เดินทางกลับมายังที่พักในเวลา 5 ทุ่ม เมื่อสอบถามจึงทราบว่า ลุงเดินทางไปตรวจรักษาตาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ส่วนประเด็นที่มีคนสงสัยว่า ลุงขายโจ๊กไปหาหมอทำไม ทั้งๆ ที่หมอนัดหมายเดือนกันยายน ลุงตอบว่า อยากไปหาหมอ อยากไปคุย เพื่อที่จะได้รีบรักษา และลุงยืนยันว่าได้ไปจริงๆ และเมื่อหาหมอ เสร็จ ตอนบ่ายลงได้ไปธนาคารต่อ และ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้แจ้งว่า มีเงินในบัญชีของลุงประมาณ 7 หลัก น.ส.พิศมัย จึงถามลุงว่า ลุงจะเอาเงินไปทำอะไร ลุงบอกว่า จะเอาไปรักษาตัว และเช่าบ้านพักอยู่
ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ลูกของลุงตายจากเหตุการณ์แพรวา 9 ศพจริงหรือ? น.ส.พิศมัย รักษาการผู้อำนวยการเขตราชเทวี กล่าวว่า ตนได้เจอกับญาติของลุงขายโจ๊ก ซึ่งหลานชาย(ลูกของพี่ชายลุง) หลานชายคนนี้ได้เล่าว่า ลูกของลุงขี่มอเตอร์ไซค์ชนประสานงากับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแพทย์จะผ่าตัด แต่ไม่มีญาติไปเซ็น จึงทำให้เสียชีวิต และเป็นศพไร้ญาติอยู่นาน ก่อนที่ลุงจะไปพบศพและนำศพลูกไปบำเพ็ญกุศล