เเม้คำว่า aromatheaphy หรือ สุคนธบำบัด จะเป็นคำที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่ถึง 100 ปีที่ผ่านมา เเต่การใช้กลิ่นเพื่อปรับอารมณ์ของมนุษย์นั้นมีมาตั้งเเต่สมัยดึกดำบรรพ์โดยคนเราอาจจะไม่รู้ตัว ว่ากลิ่นส่งผลถึงอารมรณ์ความรู้สึก ทางผู้รับผิดชอบรถไฟใต้ดินของเวียนนาเขารู้ ก็เลยตั้งใจจะเอากลิ่นมาเอาใจผู้โดยสาร เเต่สุดท้าย ไอเดียนี้ ไม่ซื้อ
บริษัท Wiener Linien ผู้บริหารจัดการรถไฟใต้ดินในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์การเดินทางให้กับผู้โดยสาร โดยการเติมกลิ่นเข้าไปในระบบปรับอากาศของรถไฟ เพื่อที่จะสร้างความสดชื่น ผ่อนคลาย เเละ เติมพลัง ให้กับผู้โดยสารที่สูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไป
ใน 4 กลิ่นที่มีการทดลองในรถไฟบางเที่ยวในช่วงเวลาหนึ่งเดือนเมื่อเดือนที่เเล้ว กลายเป็นว่า กลิ่น grapefruit ซึ่งมีการผสมชาเขียว เลม่อน เเละ ไม้ sandalwood ลงไปด้วยนั้น เป็นกลิ่นยอดนิยม
เเต่สุดท้ายเมื่อถามว่า อยากจะให้รถไฟใต้ดินใส่กลิ่นลงไปในรถหรือไม่ 21000 เสียง จากผู้ตอบเเบบสอบถาม 37000 คนบอกว่า ไม่ดีกว่า ปล่อยให้กลิ่นมันเป็นไปตามธรรมชาติของมันก็ดีเเล้ว ดังนั้นเเผนนี้เป็นอันว่า ตกไป
อยากจะเติมกลิ่นในรถไฟ คิดได้ไง หลายคนถาม... ต้องเข้าใจก่อนว่า เรื่องนโยบายกลิ่นๆนั้นมันมีที่มาที่ไป ปีที่เเล้วบริษัทเดินรถไฟใต้ดินในเวียนนา โดนผู้โดยสารร้องเรียนว่าอาหารบางชนิดส่งกิล่นรบกวน ทางการเลยสั่งเเบนเลยจ้าาา อาหารกลิ่นเเรงๆ ทั้งพิซซ่าเเละเคบับ ห้ามขึ้นรถใต้ดิน ปีที่เเล้วดับกลิ่นปีนี้เพิ่มกลิ่น เเต่กระเเสตอบรับ ดันกลับกัน