นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกรณีที่ขณะนี้ปรากฏข่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญาในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบก่อให้เกิดความเสียหายจากการดำเนินโครงการจำนำข้าวข้าว กระทั่งเอื้อให้เกิดการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีมทูจี ได้รับสัญชาติเซอร์เบีย ว่า การได้สัญชาติประเทศอื่น ไม่มีผลต่อการดำเนินการ เพื่อจะขอส่งตัวผู้ที่ทางการไทยติดตามให้เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย เพราะความผิดนั้นก็ยังปรากฏตามคำพิพากษาของศาลไทยอยู่
นายชัชชม ยังอธิบายขั้นตอนอีกว่า การดำเนินการเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ในเบื้องต้นทางการไทยต้องทราบก่อนว่า ผู้นั้นหลบหนีไปพำนักในประเทศใด ซึ่งต้องหารายละเอียดพิกัดสถานที่พักในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดที่เขาพักอยู่ โดยแม้ว่าประเทศนั้นจะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทางการไทยสามารถดำเนินการทำคำขอได้ โดยอาศัยหลักต่างตอบแทน กล่าวคือให้คำมั่นต่อกันว่า หากต่อมาประเทศผู้รับคำร้องขอมีคำร้องขอให้ทางการไทยส่งผู้ร้ายให้ ก็ยินดีจะดำเนินการให้เช่นเดียวกัน
สำหรับกรณีของประเทศเซอร์เบีย กับไทยนั้น ไม่มีสนธิสัญญาต่อกัน แต่หากืางการไทยมีข้อมูลที่ชัดแจ้งเกี่ยวกับที่อยู่ก็สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 อย่างไรก็ดีในส่วนของการติดตามตัว นางสาวยิ่งลักษณ์นั้น ก็เคยยื่นคำขอในบางประเทศมาแล้ว โดยถ้าต่อไปมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักในประเทศใดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป