นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ออกแถลงการณ์พรรคไทยศรีวิไลย์ ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรค รวมถึงเหตุผลการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลและเหตุผลในการออกจากสถานะฝ่ายรัฐบาลมาอยู่ในสถานะฝ่ายค้านอิสระ ยืนข้างประชาชน โดยระบุถึงเหตุผลที่พรรคไทยศรีวิไลย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากต้องการเปิดสวิตช์ประเทศไทย ให้ประเทศก้าวสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์และประเทศชาติเดินหน้าได้ นอกจากนี้ เพื่อเอานโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อให้อำนาจมาตรา 44 หายไปและสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติ
ส่วนเหตุในการออกจากสถานะฝ่ายรัฐบาล มาอยู่ในสถานะฝ่ายค้านอิสระ ยืนข้างประชาชน เนื่องจากการทำงานในสภา ฯ ในฐานะฝ่ายรัฐบาลที่ไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาล เพราะต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก ขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เกียรติ ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ กลับสวนทางกันทางนโยบายกันอย่างชัดเจน อาทิ เร่งรัดจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท ไม่รัดเข็มขัด ทั้ง ๆ ที่หนี้สินการบินไทยมีถึง 2.48 แสนล้านบาท ปี 61 ขาดทุน 12,000 ล้านบาท ซึ่งไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่ขาดทุนถ้าซื้อเครื่องบินเพิ่ม
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการหารายเพิ่มของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยการเพิ่มภาษีน้ำมัน ผลักภาระให้ประชาชน 67 ล้านคน ซ้ำเติมความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่แย่อยู่แล้ว จะทำให้ค่าครองชีพทุกด้านสูงขึ้น การออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ คือ การแจกเงินประชาชนโดยการขาดวินัยทางการเงินการคลัง ซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะ
พรรคเล็กแถลง ยืนยัน ร่วมรัฐบาล ส่วน รัฐมนตรี ให้เป็นดุลพินิจนายกฯ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแนวโน้มจะกู้เงิน IMF มาใช้หนี้เงินต้นเดิมจากธนาคารญี่ปุ่นฯ อีกทั้งกู้มาเพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะให้ประเทศไทยต้องขายรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรออกไป
ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น ต้องให้พรรคฯ เรียกร้องถึงจะมาใส่ใจ ซึ่งมันสายไปแล้ว รวมถึงประเด็นปัญหาการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งยังไม่มีการแสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือแก้ไขให้ถูกต้อง
นายมงคลกิตติ์ ยังระบุด้วยว่า ตนและผู้บริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายบริหารใดๆ นอกจากตำแหน่งผู้แทนราษฎรที่ประชาชนมอบคะแนนให้ และจะใช้สถานะผู้แทนราษฎรรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 77 จังหวัด นำเข้าสู้สภาฯ เพื่อไขปัญหาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง จึงจะบริหารประเทศต่อไปได้
นอกจากนี้ ยืนยันว่า จะทำหน้าที่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้านอิสระ ยืนข้างประชาชน อย่างเต็มความสามารถและสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนเรื่องที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องที่ไม่ถูกต้องจะทักท้วง และเสนอแนะแนวทางแก้ไข