ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ (Northern Alliance) กลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวในภูมิภาค ออกมาระบุว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่สถาบันเทคโนโลยีการป้องกันประเทศในเมืองพยิน อู ลวิน (Pyin Oo Lwin) ในรัฐฉาน และเหตุโจมตีอีก 4 จุดในพื้นที่ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน เพื่อตอบโต้ต่อปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมาร์
สำหรับเหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าวให้เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่กองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่มดำเนินการต่อสู้เรียกร้องสิทธิการปกครองตนเองตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
โดยกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแนวรบ เนื่องจากกองทัพเมียนมาร์เพิ่มการโจมตีในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมระบุด้วยว่า แม้รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี จะพยายามผลักดันการสร้างสันติภาพ แต่ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากกองทัพไม่ให้ความร่วมมือ
เหตุสู้รบในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมียนมาร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ของผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่พยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยอุปสรรคจากการปกครองของรัฐบาลทหาร