แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เติบโตก้าวกระโดดในทุกปี ทั้ง การซื้อขายสินค้าโดยตรงผ่านเว็บไซต์ ผ่านแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ธุรกิจเหล่านี้เติบโตขึ้นกว่า 30-40% ในทุกปี ซึ่งจะยาวนานไปได้อีกหลายปี และหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ เติบโตได้คือเรื่อง ความปลอดภัย ควาน่าเชื่อถือ เนื่องจากที่ผ่านยอดของการทำธุรกรรมทุจริต การขโมยข้อมูล การพยายามแฮ็กระบบต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย
โดยผู้บริหาร มาสเตอร์การ์ด ได้ฉายภาพของแนวโน้มระบบการชำระเงินในอนาคตไว้ว่า จะถูกพัฒนาไปใน 2 ด้านหลักๆด้วยกัน คือ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาจับกับฐานข้อมูล บิ๊กดาต้า เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ให้การใช้งานสะดวกมากที่สุด แม้ปัจจุบันจะมีระบบ รหัสยืนยันตัวตน หรือ OTP แต่ก็ยังมีจุดบกพร่อง เมื่อประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว การใช้งานต้องจบด้วยการสัมผัสหน้าจอภายใน 2-3 ครั้ง ระบบการชำระเงินจึงหยุดที่พัฒนาไม่ได้
สำหรับแนวโน้มที่ 2 นั่นก็คือเรื่องของ “ความปลอดภัยในการใช้งาน” จากอดีตที่คนเราเลือกเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้า ใช้การชำระบัตรผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต มีการป้องกันด้วยชิปการ์ด ที่ยากต่อการล้วงข้อมูล ปัจจุบันแฮ็กเกอร์จึงหันมาจารกรรมข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเทคโนโลยีการชำระเงินในอนาคตก็จะถูกพัฒนาให้มีความปลอดภัย ทั้ง เทคโนโลยีระบุตัวตนด้วยชีวภาพ หรือ ไบโอเมตริก การสแกนนิ้ว สแกนใบหน้า เราจึงเห็นการโชว์นวัตกรรมการชำระเงินใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสแกนเส้นเลือดดำภายในฝ่ามือ
สอดคล้องกับมุมมองของผู้ประกอบการด้านระบบการชำระเงิน ดอลฟินวอลเล็ท ที่มองว่า ระบบการชำระเงินหรือเพย์เมนต์ในอนาคต จากเปลี่ยนจากการแลกมูลค่า เป็นการแลกกันด้วยคุณค่าความเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของธนบัตรเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมของคนไทย ก็ยอมรับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ ราชการ ว่าจะทำ 3 ข้อสำคัญนี้ได้หรือไม่ นั่นคือ ความสะดวก ความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
อย่างล่าสุดทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดตัวระบบ มายพร้อมคิวอาร์ ที่ถูกพัฒนามาจากระบบพร้อมเพย์ ก็ถือเป็นมาตรฐานกลางที่หากผลักดันให้ได้ที่ทุกภาคส่วนนำไปใช้ ก็จะมีโอกาสในการเชื่อมโยงระบบการเงินของไทยให้เป็นสังคมไร้เงินสดได้มากยิ่งขึ้น
เจาะปัจจัย “สังคมไร้เงินสด” ในจีนโตก้าวกระโดด
พาณิชย์ดันธุรกิจปรับตัวสู่ออนไลน์หลังตลาดโต 40%