เมื่อเช้าวานนี้ (29 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ได้ประกาศขยายเวลาพักสมัยประชุมสภา จากเดิม 3 สัปดาห์ ยาวนานขึ้นเป็น 5 สัปดาห์ โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดประชุมสภาอีกครั้งในวันที่ 14 ต.ค.นี้ นั่นหมายความว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษจะมีเวลาเหลือไม่ถึง 3 สัปดาห์ ในการอภิปรายแผนการออกจากสหภาพยุโรป หรือ เบร็กซิท ก่อนถึงเส้นตายถอนตัวในวันที่ 31 ต.ค.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ที่มองว่า สภาจะไม่มีเวลาเพียงพอในการผ่านกฎหมายใดๆ มายับยั้งการออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง หรือ No-deal Brexit โดยนาย เจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ชี้ว่านายบอริสกำลังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการประชาธิปไตยในเรื่องเบร็กซิท และล่าสุด มีรายงานว่า พรรคแรงงานได้ขอเปิดอภิปรายวาระด่วนเรื่องเบร็กซิทในสัปดาห์หน้าแล้ว
ด้านนายจอห์นสัน ยืนกรานว่า นี่ไม่ใช่แผนสกัดไม่ให้ ส.ส. ขัดขวางแผนเบร็กซิทของตน อีกทั้งรัฐสภาก็มีเวลาเหลือเฟือ ที่จะอภิปรายทั้งเรื่องเบร็กซิทและเรื่องอื่นๆ
ขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจกับเรื่องนี้ ได้ออกมารวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภา ในกรุงลอนดอน ก่อนจะเดินขบวนไปตามถนนดาวนิง หลายคนบอกว่านี่ไม่ต่างกับการก่อรัฐประหาร โดยผู้ชุมนุมวางแผนจะออกมาแสดงพลังกันอีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน มีประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านการพักประชุมสภาแล้วเกือบ 1 ล้านคน
นับถอยหลังอีกเพียง 63 วัน สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกอียูอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายจอห์นสันเคยลั่นวาจาไว้ว่า จะไม่เลื่อนกำหนดเส้นตายอีกแล้ว ทำให้นักลงทุนยิ่งกังวลว่า อังกฤษอาจต้องออกจากอียูแบบไม่มีข้อตกลงจริงๆ ซึ่งจะทำให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจตามมา ขณะที่มีรายงานว่า ค่าเงินปอนด์ร่วงลงอย่างหนักรับข่าวนี้
ตามปกติ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรีทุกครั้ง การจะตัดสินใจว่า จะเปิดหรือปิดสมัยประชุมเมื่อใด เป็นสิ่งที่ตกลงกันในสภา ไม่ได้อยู่ในพระราชอำนาจของพระองค์